บันทึก(รับ)หนุ่มล่ำ ตอนที่ 3

Reader Settings

Size :
A-16A+

[NC18+] SS0 – ผลงานชิ้นเอกของพัศดีเออร์วิน

Secret Story 0 [ลูคัส] 

Part 3: ผลงานชิ้นเอกของพัศดีเออร์วิน [NC18+]  

Warning: NC18+, Dub-Con 

 

***** 

 

“มาดูกัน ‘มึงจะทนไปได้สักกี่น้ำ’ “ 

พัศดีเออร์วินแสยะยิ้ม จ่อความเป็นชายเจ้ากับช่องทางที่เปียกชุ่มไปด้วยเจลเย็นเหนียว มองแผ่นหลังแกร่งที่เต็มไปด้วยรอยสักลายเสือขาวคำราม ดูสมจริงราวกับมีชีวิตจนนึกอยากได้บ้างสักอันแต่ไม่น่าเป็นฝีมือของช่างสักที่หาได้ทั่วไป ฝ่ามือยกขึ้นตบเข้ากลางแผ่นหลังอย่างนึกอิจฉาจนเกิดเสียงดังลั่น 

“รอยสักมึงสวยดีนี่ เหมือนของพวกมาเฟียญี่ปุ่น เข้าแก๊งต้องทำไงวะ ต้องแอ่นตูดให้หัวหน้ามึงแบบนี้ไหม พอกูได้เอารูนี่มึงก็จะกลายเป็นลูกน้องกูใช่ไหม ถ้าไอ้พวกสวะด้านล่างนั่นได้เอามึง มันก็จะกลายเป็นหัวหน้ามึงด้วยใช่ไหม หัวหน้าเก่ามึงมารู้ว่ามึงร่านขนาดนี้คงผิดหวังแย่” 

บัลธัสที่แอ่นหลังด้วยความเจ็บปวดอยากจะหันกลับไปต่อยด้วยความเคียดแค้นที่ถูกดูหมิ่น แต่แผ่นไม้ที่ประกบรอบคอและข้อมือทำให้ไม่สามารถขยับไปไหน หมัดกำแน่นเต็มไปด้วยความโกรธาจากการถูกเหยียดหยาม รอยสักที่อยู่บนแผ่นหลังคือสิ่งที่บัลธัสได้รับมาอย่างขาวสะอาด ได้รับจากการทำงานอันแสนเหน็ดเหนื่อยและอันตราย จนได้รับแต่งตั้งเป็นรองหัวหน้าพร้อมกับรอยสักแห่งเกียรติยศ แม้ชื่อและใบหน้าจะดูไม่เหมือนกับคนญี่ปุ่นร้อยเปอร์เซ็นต์เพราะเป็นลูกครึ่ง แต่ชายหนุ่มก็อยู่และเติบโตในประเทศนี้ตั้งแต่จำความได้ ต้องขอบคุณหัวหน้าแก๊งคนปัจจุบันที่เก็บบัลธัสมาเลี้ยงตั้งแต่แบเบาะ แม้จะไม่ได้ใช้ชีวิตดังบุคคลทั่วไป แต่ก็ได้มอบความเป็นอยู่ให้จนถึงปัจจุบัน สั่งสอนทุกอย่างจนชายหนุ่มมีร่างกายแข็งแกร่ง ดุดัน แถมยังมีหัวคิดแก้ปัญหาได้เด็ดขาดจนเหล่าลูกน้องคอยชื่นชมและพึ่งพิง หากไม่ถูกส่งตัวมายังเกาะแห่งนี้เพราะต้องออกรับความผิดแทนหัวหน้าเสียก่อนคงได้ขึ้นเป็นผู้นำคนถัดไป 

“กูหลุดไปได้ มึงเตรียมตัวตายได้เลย” 

บัลธัสกัดฟันกรอด ส่งเสียงขู่คำรามต่ำ แต่ร่างแกร่งกลับต้องสะดุ้งเมื่อบั้นท้ายแน่นส่งเสียงดังสนั่น ทิ้งรอยแดงเด่นชัดเป็นรูปมือ 

“ตูดมึงแน่นดี กูอยากรู้จริงๆว่าด้านในแม่งจะแน่นเหมือนกันรึเปล่า” 

มือหยาบบีบเข้ากับแก้มก้นที่ฟาดลงไปเมื่อครู่ ขยำลงไปอย่างมันเขี้ยว ปลายหัวสีแดงที่จอเข้ากับช่องทางเริ่มทำการบดเบียดเข้าไป ร่างแกร่งที่ร้อนผ่าวของคนที่อยู่เบื้องล่างเริ่มสั่นด้วยความเจ็บปวดเมื่อสิ่งแปลกปลอมแทรกเข้ามา 

“แม่งเอ๊ย แบบนี้แหละที่กูชอบ” 

เออร์วินเลียรอบฝีปากอย่างหื่นกระหาย มือจับเข้ากับสะโพกแข็งดุจหินผา หันหน้ามองเหล่านักโทษที่เฝ้ารอการสาธิตอย่างใจจดใจจ่อด้วยสีหน้าตื่นเต้น ริมฝีปากกรีดยิ้มออกดูน่ากลัวราวกับปีศาจ แล้วก็พุ่งทะลวงความยิ่งใหญ่เข้าด้านในอย่างรุนแรง เต็มเปี่ยมไปด้วยความสะใจ 

เฮ!!!!!! 

ทันทีที่ความเป็นชายหลุดหายเข้าไปในโพรง เหล่านักโทษที่จ้องมองดูตาเป็นมันก็ระเบิดเสียงร้องยินดีดังลั่น ครึกครื้นดีใจที่ในที่สุดชายหนุ่มผู้เป็นที่หมายตาของคนทั้งคุกก็สูญเสียพรหมจรรย์ เออร์วินกำหมัดชูขึ้นสูงราวกับเป็นผู้ชนะ ยิ่งเรียกเสียงกู่ร้องดังมากขึ้นไปอีก 

“เงี่ยหูมึงฟังให้ดี เสียงกู่ร้องแสดงความยินดี… ที่มึงกลายมาเป็นของๆกู” 

ผู้ถูกกระทำถึงกับหน้าสะบัดด้วยความเจ็บปวดปนจุกเมื่อท่อนเอ็นบุกรุกอย่างไร้ความปรานี แทบไม่เหลือความคิดให้ตอบโต้ ร่างกายรู้สึกเดือดระอุราวกับเปลวเพลิงหลังจากได้รับเคมีชนิดพิเศษเข้าสู่ร่างกาย ความเป็นชายที่ห่อเหี่ยวอย่างไร้อารมณ์แข็งผงาดขึ้นมาภายในเวลาเสี้ยวนาที ทุกส่วนของร่างกายรู้สึกอ่อนไหว เพียงแค่สัมผัสจากฝ่ามือบริเวณเอวก็แทบจะทำให้เรียกเสียงร้องครางราวกับมีไฟช็อต ไม่ต้องพูดถึงสิ่งที่อัดแน่นอยู่ช่องทางด้านหลัง ทะลวงเพียงครั้งเดียวทำเอาเสียวไปถึงขั้วหัวใจ 

‘ฟอร์จูนซีรีส์วัน’ สารเคมีชนิดพิเศษที่ผลิตขึ้นมาสำหรับเออร์วินโดยเฉพาะ ด้วยคุณสมบัติอันโดดเด่นที่จะทำให้อะดรีนาลีนในร่างกายพุ่งขึ้นสูงโดยการลดความอดทนและสตินึกคิดลง กระตุ้นความโกรธแค้นแล้วไปเพิ่มระดับของเทสโทสเตอโรปีติยินดีแบบก้าวกระโดด ส่งผลให้ร่างกายมีความต้องการเพิ่มมากขึ้น ยิ่งมีความโกรธแค้นมากเท่าไหร่ ก็จะยิ่งกระตุ้นร่างกายให้ต้องการถูกเติมเต็มจนแทบจะไม่สามารถควบคุมตนเองได้ แถมยังเร้าประสาทสัมผัสทุกส่วนของร่างกายให้อ่อนไหว เป็นยาที่เหมาะสำหรับคนที่ชอบกระตุ้นต่อมน้ำโหผู้อื่นอย่างเออร์วินที่สุด แม้จะอยู่ในเวอร์ชันทดลอง แต่การมาเจอบุคคลที่คุณสมบัติตรงตามเงื่อนไขจะให้ไม่เอามาใช้ก็ยังไงอยู่ 

เออร์วินบดสะโพกเข้าไปในช่องทางสดใหม่ ปลายหัวสีแดงที่เบียดพนังด้านในดันตัวเข้าไปลึกจนร่างกายแนบชิด สร้างความจุกพร้อมกับความรู้สึกแปลกใหม่จนทำเอาร่างกายสั่นไม่หยุด เรียกน้ำใสเป็นประกายเอ่อล้นส่วนปลายที่ไร้การกอบกุม 

“สั่นเป็นลูกนกเลยนะไอ้สวะ งั้นก็เอาไปอีกสักดอก” 

“อ๊าก!!!” 

ความเป็นชายเคลื่อนตัวออกอย่างเชื่องช้า ก่อนจะไถลตัวเข้าไปใหม่ด้วยความเร็วที่ต่างออกไป เรียกเสียงร้องลั่นด้วยความจุกปนเสียวดังออกมาจากใบหน้าดุเมื่อปุ่มกระสันโดนกระแทกเข้าสุดแรง 

เสียงร้องยินดีจากเหล่านักโทษดังกระหึ่มอีกครั้งเมื่อการเติมเต็มคราวนี้บัลธัสไม่สามารถอดทนได้อีกต่อไป แท่งร้อนที่ฝังแน่นอยู่ในร่างกายทำเอาร่างแกร่งสั่นเทิ้ม สร้างเส้นทางน้ำสีขาวพุ่งกระจายลงพื้นเป็นทางยาว 

“ฮ่าๆๆ เป็นไงละ ไอ้พวกผู้ชายแบบมึง เจอของกูเข้าไปก็ร้องเสียงหลง น้ำแตกกันทุกคน” 

เออร์วินหัวเราะลั่น มองมวลน้ำแห่งความพึงพอใจฉีดพ่นออกมาไม่หยุด ฝ่ามือตบบั้นท้ายด้วยความสะใจ 

บัลธัสขมวดคิ้วอย่างไม่เชื่อในสิ่งที่เกิดขึ้น จ้องมองก้อนน้ำสีขุ่นบนพื้นไม้ที่กระเด็นออกมาไกลจนอยู่ในระดับสายตา นึกประหลาดใจกับความผิดปกติของร่างกาย ต่อให้ช่องทางด้านหลังโดนเตรียมตัวถึงหกนิ้วก็ยังไม่สามารถกระตุ้นความรู้สึกแปลกหรือความต้องการใดได้ แต่หลังจากถูกฉีดยาอะไรบางอย่างเข้าสู่ร่างกาย ทุกอย่างกลับตาลปัตร แค่การสอดใส่เพียงสองครั้งกลับทำเอาร่างกายปลดปล่อยราวกับท่อประปาแตก ขาแกร่งแทบจะทรุดลงกับพื้นด้วยความเหนื่อยอ่อนหลังจากกระแสความสุขได้หยุดลงไป ช่างแตกต่างจากจิตใจที่ยังคงกล้าแข็งไม่ได้สัมพันธ์กับร่างกายเอาเสียเลย 

“ยานั่น! มึงทำอะไรกับร่างกายกู” 

บัลธัสส่งเสียงคำรามต่ำ พยายามกระแทกแผ่นไม้เพื่อให้หลุดจากการเกาะกุมอย่างหัวฟัดหัวเหวี่ยง ยิ่งโมโห ยิ่งออกแรง ร่างกายก็ยิ่งเดือดระอุเหมือนกับลาวารอปะทุ คำตอบที่ตามมายิ่งกระตุ้นบัลธัสให้อาละวาดเพิ่มเข้าไปอีก เช่นเดียวกับอีกความรู้สึกหนึ่งที่เพิ่งปลดปล่อยไปเมื่อครู่ตีตื้นขึ้นมาอีกครั้งด้วยฤทธิ์ยา 

“ต่อให้อธิบายไป สวะหน้าโง่อย่างมึงคงไม่เข้าใจหรอก” 

พัศดีฉีกยิ้มเจ้าเล่ห์เมื่อเห็นท่าทีหัวฟัดหัวเหวี่ยง คันไม้คันมืออยากกำราบม้าที่ไม่ยอมหยุดพยศ มือหยาบฟาดเข้ากับบั้นท้ายอีกครั้ง ร่างแกร่งสงบลงไปในทันที 

บัลธัสกัดฟันหลับตานิ่งเพื่อยับยั้งอารมณ์เมื่อความเจ็บปวดเริ่มแปรเปลี่ยน ใบหน้าดุเริ่มหอบหายใจหนักขึ้นเรื่อยๆเช่นเดียวกับหัวใจเริ่มเต้นรัวเร็ว 

“นิ่งทำไม โดนฟาดไปทีก็เชื่องเป็นหมาเลยนะ” 

บั้นท้ายถูกกระแทกซ้ำด้วยฝ่ามือจนแดงก่ำ ความเสียวซ่านวิ่งผ่านไปทั่วร่างกายราวกับถูกไฟช็อตจนตัวสั่น ช่องทางที่รัดแน่นอยูู่แล้วบีบตัวเพิ่มขึ้นจนเออร์วินหัวเราะลั่นอีกครั้งด้วยความชอบใจ 

“รัดแน่นขนาดนี้ แสดงว่าติดใจสิท่า” 

ร่างกายที่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อของพัศดีทาบทับเข้ากับรอยสักบนแผ่นหลัง ศีรษะชะโงกข้ามแผ่นไม้เพื่อดูใบหน้าดุที่มองตอบกลับมา ด้วยความบึ้งตึง สายตาแข็งกร้าว 

“ไม่ต้องห่วง เดี๋ยวกูจะเอาจนมึงนั่งไม่ได้เลย ฮ่าๆๆๆๆ” 

รอยยิ้มโรคจิตและเสียงหัวเราะยิ่งปั่นประสาทบัลธัสให้หนักขึ้น ข้อมือกระตุกกระแทกกับแผ่นไม้จนเสียงดังลั่น ยังดีที่ตัวพันธนาการทำมาจากไม้หุ้มเหล็กชั้นดี ไม่เช่นนั้นโดนแรงขนาดนี้เข้าไปคงแตกออกเป็นเสี่ยงๆ 

เออร์วินยิ่งทำหน้าสุขสมหนักขึ้นเมื่อท่าทีต่อต้านมาพร้อมกับการบีบรัดของช่องทางที่แน่นขึ้นเรื่อยๆ แม้จะไม่ได้ขยับแต่ก็แทบจะทำให้พัศดีปลดปล่อยออกมา ร่างที่ทาบทับดันตัวขึ้น ก้มมองความเป็นชายที่ภาคภูมิหายเข้าไปในบั้นท้ายคู่แกร่ง ลิ้นยื่นยาวเลียรอบริมฝีปากด้วยความหื่นกระหาย สองมือบีบเข้ากับสะโพกแข็งตรงหน้า ก่อนจะเริ่มต้นบทสวาทอย่างรุนแรง 

ดวงตาสีน้ำผึ้งมองดูบทรักที่ไร้ซึ่งอารมณ์หวานมาเกี่ยวข้องอย่างไม่เข้าใจ ใบหน้าดุที่เต็มไปด้วยความโกรธตอนนี้หลับตาแน่น หน้าแดงก่ำ ริมฝีปากเผยอกว้างราวกับจะร้องโอดครวญ ไร้ซึ่งท่าทีต่อต้าน ปล่อยให้ชายผมทองใบหน้าหื่นกามอีกคนหนึ่งโถมกระหน่ำช่องทางด้านหลังจนบั้นท้ายสั่นกระเพื่อมเป็นลูกโป่งน้ำ สิ่งที่น่าแปลกกว่าคือความเป็นชายที่โบกสะบัดไปตามแรงจากการถูกกระแทกนั้นแข็งแรงตั้งตรง ไม่เหลือท่าทีรังเกียจ ไม่นับรวมมวลน้ำที่พวยพุ่งจนเรียกเสียงร้องดีใจดังลั่นครั้งก่อนหน้า ทุกอย่างมันช่างต่างออกไปจากบัลธัสที่เคยรู้จัก 

ลูคัสขมวดคิ้วกันจนแทบเป็นปมก่อนจะนึกขึ้นได้ กระเป๋าสีดำที่ถูกนำขึ้นมาและเออร์วินที่เดินกลับไปหาบัลธัสพร้อมอะไรบางอย่างที่อยู่ในมือ แม้จะมองเห็นได้ไม่ชัดเจน แต่จะต้องเป็นสิ่งที่ทำให้บัลธัสมีอาการแปลกไป 

ชายหนุ่มเริ่มตกอยู่ในห้วงความคิด ยาปลุกเซ็กส์ ยากระตุ้น ยาพิษ สมองเริ่มเป็นตุเป็นตะทุกความเป็นไปได้อย่างกังวล ถ้าเป็นยาปลุกเซ็กส์ ก็โชคดีไปคงออกฤทธิ์ได้ไม่นาน แต่จำเป็นต้องเก็บไว้ในกระเป๋าอย่างกับของล้ำค่าเช่นนี้ด้วยรึ ยาพิษ คงไม่มีความจำเป็นต้องใช้เมื่อในมือมีสวิตช์ที่พร้อมจะกดระเบิดได้ตลอดเวลาอยู่แล้ว เหลือแค่เพียง ‘ยากระตุ้น’ 

พอนึกถึงคำตอบเม็ดเหงื่อเริ่มกอบกุมขมับ ความกังวลฉายชัดผ่านสีหน้า สิ่งที่อยู่ก้ำกึ่งระหว่างยาปลุกเซ็กส์ และยาพิษ สิ่งที่ไม่รู้ว่าจะแสดงอาการออกได้นานเท่าไหร่ จะมีผลข้างเคียงหรือไม่หากตกค้างอยู่ในร่างกายนานเกินไปหรือไม่ได้รับยาถอน แต่สิ่งเดียวที่แน่ชัดนั่นก็คือยาตัวนี้กระตุ้นความอยากออกมาได้รุนแรงยิ่งกว่ายาปลุกเซ็กส์ที่เจอได้ทั่วไปแน่นอน ยิ่งสรรพคุณรุนแรงมากเท่าไหร่ ผลข้างเคียงก็ตามมาหนักเท่ากัน ยิ่งดูจากสภาพของบัลธัสที่มีอารมณ์แต่ไร้ท่าทีต่อต้านแล้ว หากเหตุการณ์ยังดำเนินต่อไปแบบไม่จบสิ้นทั้งอาทิตย์ ชายผู้น่าหวั่นเกรงก็คงได้กลายเป็นทาสกามจนโงหัวไม่ขึ้น กลายเป็นเครื่องบำบัดความใคร่ชั้นยอดดังที่ทุกคนวาดฝันแน่ๆ 

เสียงเชียร์ดังสนั่นดึงลูคัสให้กลับมาอยู่กับความเป็นจริงตรงหน้าอีกรอบ ใบหน้ารีบหันกลับไปมองการเคลื่อนไหวที่อยู่ด้านบน สองขาของบัลธัสที่ใช้ประคองน้ำหนักตอนนี้ถูกยกลอยขึ้นเกี่ยวรอบเอวของเออร์วิน บุรุษผู้อยู่เหนือกว่าเร่งความเป็นชายกระแทกเข้ากับบั้นท้ายถี่ยิบ แนบชิดจนไหล่หนาของบัลธัสกระแทกกับเครื่องพันธนาการ ส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าดกระแทกไม้ดังคู่กับเสียงเนื้อกระทบรัวเร็ว ผู้ถูกกระทำเกร็งตัวแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน แม้สติจะยังครบถ้วน แต่ร่างกายกลับไม่เป็นของตัวเอง การสอดใส่ที่กระแทกเข้าจุดกระสันอย่างตรงจุดราวกับรัวปืนเอ็มสิบหกทำเอาร่างกายที่คิดจะต่อต้านแตกกระเจิง กระชับช่องทางให้รัดแน่นตอบสนอง ขาที่เกี่ยวรัดด้านหลังงอเข้าราวกับโอบกอดด้วยความเสียวไม่อยากให้จากไป 

เสียงโอดครวญที่ขาดเป็นช่วงๆยิ่งกระตุ้นเออร์วินให้ฮึกเหิม บดเบียดแท่งหนาใหญ่เข้าสู่โพรงให้บัลธัสต้องกัดฟันแน่นรับแรงกระแทก ไม่มีแม้แต่ความเจ็บปวดที่สอดใส่เข้ามา มีเพียงความรู้สึกที่ถูกเติมเต็มจนร่างกายทนไม่ไหวต้องขมิบตอบรับทั้งที่สติยังสมบูรณ์ เมื่อไม่มีขาแกร่งมาคอยรับน้ำหนักและบดบังทัศนียภาพ ความเป็นชายอันแข็งแรงที่เอ่อเยิ้มไปด้วยน้ำเมือกใสก็โบกสะบัดฟาดขึ้นลงเห็นชัดเต็มดวงตาของเหล่านักโทษ 

ลูคัสเบิกตากว้างเมื่อเห็นท่าทีไร้การต่อต้านตรงหน้า ร่างกายของบัลธัสเริ่มยอมรับและตกเป็นเบี้ยล่างของเออร์วินทีละนิด สถานการณ์ไม่สู้ดีขึ้นเรื่อยๆ สมองเริ่มคิดหาแผนการใหม่เพื่อช่วยเหลือคนสนิทออกมาให้ไวที่สุด 

ราวกับฟ้ามาโปรด แสงจากหลอดไฟที่ส่องสว่างเริ่มทำการกะพริบ เพียงเสี้ยววินาทีลานกว้างก็ตกอยู่ในความมืดสนิทราวกับยามรัตติกาล ทุกการเคลื่อนไหวและเสียงพูดคุยหยุดนิ่ง เหลือเพียงเสียงฝนตกกระทบหลังคากระจกและแสงสีแดงของหมายเลขจากปลอกคอเรืองรองออกมาจนดูน่ากลัว 

“เกิดอะไรขึ้น” 

เสียงแหบห้าวของพัศดีดังขึ้นท่ามกลางความมืดมิด เจือปนความหงุดหงิดกับสิ่งไม่คาดฝัน 

“เครื่องปั่นไปหยุดทำงานชั่วคราวครับท่าน” 

“อีกนานแค่ไหนกว่าไอ้เครื่องจักรนั่นจะติดอีกรอบ” 

“ประมาณสิบนาทีครับท่าน” 

ช่วงเวลาโกลเด้นไทม์สิบนาทีที่ได้รับมา สมองของลูคัสประมวลผลหาแผนการใหม่ได้อย่างว่องไว พาสองขาก้าวตรงไปยังประตูฝั่งห้องพัศดีที่อยู่ข้างลานประหาร เบียดแทรกเหล่านักโทษที่เริ่มตกอยู่ในความอลหม่าน เสื้อลายสลับขาวดำถูกถกขึ้นพันรอบลำคอ ซ้อนทับกันจนหนาเพื่อปกปิดแสงสีแดงที่ใช้ระบุตัวตน ปิดทับอีกทีด้วยฝ่ามือจนไม่มีสิ่งใดเล็ดลอดให้ผิดสังเกต แสงไฟสีเขียวรอบปลอกคอของเหล่านักโทษกะพริบขึ้นหนึ่งครั้ง ช่างประจวบเหมาะ ลูคัสเริ่มนับตัวเลขถอยหลังในใจเพื่อกำหนดเวลาสำหรับแผนอันเร่งด่วน 

ร่างที่เคลื่อนตัวไปข้างหน้าอย่างว่องไวเริ่มชะลอลงก่อนจะหยุดนิ่งเมื่อเสียงกระทบอันคุ้นหูเริ่มดังขึ้น ตาสีน้ำผึ้งหันกลับไปมองยังแหล่งที่มา คบเพลิงที่ใช้ราวกับของประดับเหนือประตูถูกจุดขึ้น เปลวไฟส่องสว่างภายในความมืดมิดราวกับดวงวิญญาณกำลังลอยขึ้นสูงไปตามบันไดก่อนจะหยุดนิ่งอยู่บนเวที 

ช่วงเวลาสิบนาทีที่ไร้ซึ่งแสงไฟก็ไม่อาจหยุดความสนุกของคิงฟอร์จูนไว้ได้ สองร่างแกร่งกลับมาแสดงบทสวาทต่อหน้าผู้ชมกันอีกครั้งโดยมีคบเพลิงห้าอันชูขึ้นเหนือหัว ความมืดมิดไม่ได้เป็นอุปสรรคเลยแม้แต่น้อย บั้นท้ายโบกสะบัดพาร่างที่ไร้การขัดขืนกระเพื่อมไปมาพร้อมกับเม็ดเหงื่อพราวสะท้อนกับเปลวไฟ สองขาที่เกี่ยวคล้องรอบเอวถูกปล่อยลง ก่อนร่างของบัลธัสจะถูกบิดตัวหันออกไปทางเหล่านักโทษ เออร์วินโอบกอดขาข้างหนึ่งให้ยกขึ้นสูง จากนั้นจึงเริ่มจังหวะกระแทกให้ความเป็นชายหายเข้าไปในช่องทางจนร่างกายได้แนบชิดกันอีกครั้ง กิโยตีนที่ถูกหันหน้าออกไปทางด้านข้างนั้นทำให้เหล่านักโทษเห็นทุกการกระทำที่เกิดขึ้น เปลวไฟจากคบเพลิงที่ทาบทับร่างกายจนเกิดเงาดำยิ่งขับความแน่นของกล้ามเนื้อให้เด่นชัดขึ้น ส่วนอ่อนไหวที่แดงก่ำไม่แพ้เปลวเพลิงโบกสะบัดขึ้นลงจากการกระทุ้งแบบไม่หยุดพัก หยาดน้ำเหลวใสจากส่วนปลายกระเซ็นเยิ้มเป็นเส้นยาว 

“แม่งเอ้ย นี่มันรูเกรดเอจริงๆว่ะ รัดแน่นฉิบหาย” 

ช่องทางคับแคบไม่มีวี่แววว่าจะผ่อนคลายหรือขยายกว้างเลยแม้แต่น้อย แต่กลับยิ่งกระชับแน่นขึ้นทุกครั้งที่ถูกทะลวงเข้าไปจนสุด ยิ่งเรียกรอยยิ้มวิปริตจากใบหน้าหยิ่งยโส เส้นผมสีทองที่เสยไปด้านหลังเริ่มลู่ตกมาพร้อมกับเม็ดเหงื่อบนใบหน้า ร่างกายรู้สึกคุกรุ่นทั้งจากความร้อนของเปลวไฟและบทสวาทแสนรุนแรงที่สร้างเสียงกระทบดังไม่หยุด 

“กูจะทำให้รูมึงจดจำไปทุกอณูเลยจนลืมไม่ได้เลย” 

ว่าแล้วก็กระแทกเข้าไปอย่างแรง บดความเป็นชายเข้ากับช่องทางแน่นจนร่างผู้รับเกร็งกระตุก ใบหน้าดุกัดฟันแน่นแม้จะโบกสะบัดไปด้วยความรู้สึกดีอย่างที่ไม่เคยพานพบมาก่อน ยิ่งดันตัวเข้ามาแนบชิด จุดกระสันก็ยิ่งตอบรับความรู้สึก เรียกเสียงร้องครางให้เล็ดลอดออกมาจากลำคอ ร่างกายเริ่มซับซึมความแปลกใหม่และปรับตัวเข้ากันได้อย่างน่าประหลาด รูหวานหดเกร็งจนร่างของพัศดีกระตุกด้วยความเสียว ยิ้มเหี้ยมเกรียมมองกลับมา 

“พอ…ได้แล้ว…ไอ้…สัตว์นรก…” 

ชายหน้าดุที่เงียบมานานในที่สุดก็เอ่ยปากออกมาด้วยเสียงกระเส่า แม้ร่างกายจะร้อนระอุแถมยังรู้สึกดีจนไม่เป็นตัวของตัวเอง แต่สติก็ยังคงทำการต่อต้านอย่างไม่ลดละ ดวงตาวาวโรจน์พยายามจะหันกลับมามองชายที่อยู่ด้านหลัง 

วงแขนปล่อยท่อนขาแข็งที่ทำการโอบกอดออกให้สัมผัสกับพื้นอีกครั้ง ก่อนจะโน้มตัวลงมาทาบทับแผ่นหลัง ใบหน้ายียวนชะโงกหน้ามองกลับ จ้องลึกลงไปยังดวงตาดุดันที่ไม่มีแววยอมแพ้ ก่อนจะยิ้มแยกเขี้ยวด้วยความถูกใจจนบัลธัสรู้สึกรังเกียจมากกว่าที่เคยเป็น 

“ไอพวกนักโทษสวะอย่างพวกมึงไม่มีสิทธิออกคำสั่งกับกู พวกมึงเป็นได้แค่ของเล่นบำบัดความใคร่ของพวกกูทั้งนั้นแหละโว้ย จำใส่สมองไว้ให้ดี” 

เออร์วินตะโกนก้องให้เป็นที่ได้ยินกันอย่างทั่วถึง ฝ่ามือฟาดเข้ากับบั้นท้ายแน่นอย่างแรงเพื่อสั่งสอน ถึงอย่างนั้นก็ไม่อาจซึมซับเข้าสู่โสตประสาทของบัลธัสได้อีกต่อไปเมื่อความแข็งขันพุ่งกระแทกบั้นท้ายเนียน รอยแดงก่ำรูปฝ่ามือสั่นกระเพื่อมอย่างรุนแรง จ้วงแทงไม่หยุดยั้งจนร่างแกร่งบิดตัวเกร็งด้วยความเสียว ฝ่ามือกอบกุมเข้ากับสะโพกแข็งจากนั้นเร่งจังหวะแบบรัวเร็วจนบัลธัสถึงกับตาลอย 

ความรู้สึกดีทำเอาชายหน้าดุสวนสะโพกตอบกลับ กระชับช่องทางที่ถูกเสียดสีจนร้อนฉ่าให้แน่นขึ้นพร้อมกับขมิบเป็นจังหวะ ปลายหัวสีแดงกระแทกเข้ากับจุดเสียวทั้งถี่ยิบและรุนแรงเรียกเสียงครางกระเส่าจากริมฝีปากที่อ้ากว้างอย่างไม่มีท่าทีเขินอาย ปล่อยทุกอย่างให้เป็นไปตามร่างกายต้องการ กล้ามเนื้อบิดตัวเกร็งแน่นเมื่อพัศดีกระหน่ำกระแทกรุนแรงขึ้นเรื่อยๆราวกับเป็นสัญญาณ ยิ่งกระตุ้นความรู้สึกของผู้ถูกกระทำพุ่งถึงขีดสุด บัลธัสไม่อดทนอีกต่อไปบีบรัดรูเสียวสุดแรงราวกับต้องการบดขยี้สิ่งที่อยู่ด้านในให้แหลกเป็นผุยผง 

เออร์วินถึงกับร้องครางเมื่อส่วนอ่อนไหวถูกกอบกุมแน่น สายตาจ้องมองรอยสักและบั้นท้ายที่กระเพื่อมอย่างรัวเร็ว หอบหายใจหนัก ก่อนจะโน้มตัวลง ยื่นปลายลิ้นเลียไล่ไปตามไขสันหลังของคนตรงหน้าจนถึงท้ายทอยอย่างรู้สึกถูกใจ สัมผัสเรียกเสียงมาดแมนสมชายให้ร้องครางด้วยความสยิว ยิ่งกระตุ้นต่อมความสนุกของเออร์วินจนไม่สามารถทนได้ แท่งร้อนเร่งจังหวะรุนแรงขึ้นไปอีกระดับก่อนร่างกายจะกระตุก ส่งเสียงร้องพึงพอใจดังลั่น ปลดปล่อยเมล็ดพันธุ์เหนียวข้นเข้าไปเติมเต็ม ทันทีที่สัมผัสได้ถึงมวลน้ำที่อัดแน่นอยู่ในตัว ร่างกายของบัลธัสก็ทำการสนองตอบรับด้วยการกระตุกเช่นเดียวกัน ปลดปล่อยน้ำที่อัดแน่นอยู่ในความแข็งแรงสมชายอันแดงก่ำพุ่งกระจายลงเต็มพื้น 

ในที่สุดบทสวาทไร้ความรักแสนรุนแรงก็ได้จบลงพร้อมกับแสงสว่างจากหลอดไฟนีออนกลับมาอีกครั้ง ลูคัสได้แต่ยืนนิ่งอยู่ท่ามกลางเหล่านักโทษแถวหน้าสุด ตลอดช่วงเวลาที่ไฟดับทุกสายตาจับจ้องไปยังการเคลื่อนไหวที่อยู่ด้านบน ซึ่งเป็นโอกาสอันดีที่จะบุกเข้าห้องพัศดีโดยที่ไม่ถูกเปิดเผย ถึงแม้จะรู้สึกผิดต่อบัลธัสที่ต้องกลายเป็นเหยื่อล่อเรียกความสนใจและไม่สามารถช่วยเหลือได้ในตอนนี้ แต่สิ่งที่อยู่ภายในห้องพัศดีอาจจะพลิกสถานการณ์ทุกอย่างกลับขึ้นมา ชายหนุ่มรีบฝ่าเหล่านักโทษที่เริ่มส่งเสียงเชียร์กันอีกครั้ง สองเท้ายืนหยุดแถวหน้าสุดตรงประตูทางเข้า ต่อให้มีผู้คุมสองคนยืนอยู่ห่างจากประตู ทุกอย่างยังคงมืดมิดยากต่อการสังเกตเห็น ยิ่งสายตาจับจ้องเข้ากับแสงไฟก็ยิ่งทำให้รอบข้างมืดสนิท ลูคัสย่อตัวลงต่ำก่อนจะย่องเข้าไปหมายประชิดประตูทันที 

แผนการที่เหมือนกำลังจะดำเนินไปด้วยดีถูกขัดจังหวะอีกครั้งเมื่อประตูที่ปิดสนิทค่อยๆเปิดออกเอง ปล่อยร่างของชายคนหนึ่งให้ก้าวผ่านธรณีประตู สวมเครื่องแบบฝั่งทหารเต็มยศพร้อมปืนกระชับแน่นอยู่ในมือ สวมหมวกชนิดเดียวกับเออร์วินเพียงแต่สีต่างออกไป ใบหน้านั้นนิ่งเรียบแต่ลูคัสจำได้ดี 

ชายหนุ่มถึงกับรีบแฝงตัวกลับเข้าไปในฝูงชนเมื่อหัวหน้าผู้คุมฝ่ายทหารแสดงตัวออกมา ร่างในชุดสีน้ำเงินเข้มยืนนิ่งไม่ขยับพ้นจากประตู ไม่แม้แต่จะสนใจการแสดงรอบเปลวไฟที่อยู่ด้านบน ใบหน้านิ่งเรียบจ้องมองมายังเหล่านักโทษราวกับเตรียมพร้อมทำศึก ให้ความรู้สึกจริงจังแตกต่างจากเออร์วินโดยสิ้นเชิง ลูคัสยืนรอเนิ่นนานให้อีกฝ่ายปลีกตัวออก ตัวเลขที่นับถอยหลังในหัวเริ่มลดลงเรื่อยๆอย่างไร้หนทางจนกระทั่งแสงไฟกลับมาในที่สุด และร่างในชุดทหารสีเข้มก็จากไปจากประตูเช่นเดียวกัน 

“เห้ยพวกมึง เอาตัวมันไปที่ห้องพัศดี” 

เสียงตะโกนสั่งลูกน้องทำเอาลูคัสเบิกตากว้าง จากที่หงุดหงิดเพราะทุกอย่างไม่เป็นไปตามที่คิดก็ต้องรีบหันกลับไปมอง บัลธัสที่หายใจรวยรินด้วยความเหนื่อยอ่อนถึงกับขนลุกซู่ เมื่อหนึ่งในตัวเลือกที่นำพาไปสู่แผนที่แย่ที่สุดถูกเอ่ยมา แม้แผนหลักจะพังไม่เป็นท่า แต่ก็ยังมีตัวเลือกสำรองที่ดีกว่าและเสี่ยงน้อยกว่าหากเออร์วินยอมปล่อยบัลธัสเผชิญหน้ากับเหล่านักโทษ 

แม้อะไรหลายอย่างจะหลุดออกจากสิ่งที่เตรียมการไว้ในแผนแรกไปเสียหมด แต่ก็ยังดีด้วยนิสัยที่รอบคอบจนดูเหมือนกับระแวง ลูคัสก็ได้เตรียมแผนเผื่อกรณีไม่คาดฝันไว้เสียเยอะ รวมถึงสถานการณ์ไม่สู้ดีที่เกิดขึ้นตรงหน้าก็อยู่ในการคาดการณ์เกือบทุกอย่างเว้นเพียงแต่เจ้าของเหลวประหลาดที่ฉีดเข้าสู่ร่างกายของคนสนิท 

‘เราต้องเผื่อกรณีที่พวกเราใครคนหนึ่งโดนสุ่มขึ้นไปบนลานประหารและเออร์วินพากลับห้องพัศดีด้วยครับ แล้วอย่างแย่ที่สุดคือได้รับสารพิษเข้าสู่ร่างกายในระหว่างนั้น เราต้องเตรียมแผนการสำหรับหายาถอนพิษไว้ด้วย’ 

หนึ่งในแผนที่ลูคัสเสนอทิ้งไว้ตอนที่ทบทวนแผนทั้งหมดก่อนจะโดนบัลธัสปัดตกไปผุดขึ้นมาในความคิด เพราะโอกาสที่เกิดขึ้นนั้นต่ำแสนต่ำจนแทบจะเป็นไปไม่ได้ แค่จะโดนเรียกหมายเลขก็ว่ายากเหมือนถูกรางวัลแล้ว จะให้เออร์วินติดใจจนพากลับเข้าห้องก็ยิ่งเป็นไปไม่ได้ใหญ่ เป็นแผนที่แย่ที่สุดเพราะบัลธัสไม่รู้ถึงรายละเอียด จะนึกเสียใจตอนนี้ก็ไม่ทันแล้ว อย่างน้อยบัลธัสก็รู้ว่ายังมีแผนการรับมือที่ยังไม่ถูกเสนอเตรียมไว้ในสมองของผู้นำ ช่วงเวลานี้ทำได้แค่เพียงฝากความเชื่อใจว่าทุกอย่างจะสามารถดำเนินตามสิ่งที่อยู่ในหัวของอีกฝ่าย 

“คืนนี้กูได้ของเล่นใหม่แล้ว” 

ฝ่ามือตบเข้ากับบั้นท้ายที่แดงก่ำอีกครั้งก่อนจะถอนตัวออก น้ำเสียงเย้ยหยันเจือด้วยความสนุกสนานเรียกใบหน้าดุให้หันไปมองคนที่มายืนหยุดอยู่ตรงหน้า รอยยิ้มเย่อหยิ่งสะใจยังคงประดับอยู่บนใบหน้าดังเช่นทุกที บัลธัสกัดฟันกรอด จ้องมองด้วยความรู้สึกที่จะขยี้อีกฝ่ายให้ดับดิ้น ยิ่งนึกถึงสภาพของตัวเองเมื่อครู่ก็ยิ่งโกรธแค้นวิธีการอันสกปรกที่เอามาใช้ เออร์วินก้มหน้าลง จ้องลึกเข้าไปในดวงตาดุก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเย็น 

“ไว้กูเบื่อเมื่อไหร่ค่อยปล่อยมัน ให้ไอ้พวกสวะมันเล่นกันต่อ” 

สิ้นน้ำเสียงผู้คุมสองคนก็เข้ามาทำการปลดแผ่นไม้ที่กอบกุมลำคอและข้อมือออก ดึงเอาร่างแกร่งที่ไร้เรี่ยวแรงให้ลุกขึ้น ยกแขนขึ้นพาดไหล่ก่อนจะเดินตรงไปยังบันได พัศดีเออร์วินหันกลับมาหาชายหนุ่มอีกครั้งด้วยสีหน้าเหี้ยมเกรียมก่อนจะหันไปบอกสองผู้คุม ทันทีที่ได้ยินผู้ติดตามก็ฉายยิ้มเช่นเดียวกับผู้เป็นนาย 

“อ้อ… ต้องให้ไอ้พวกสวะดูผลงานชิ้นเอกของกูก่อน” 

บัลธัสไม่เหลือแรงที่จะใช้ต่อต้าน ปล่อยให้สองผู้คุมพาเดินไปที่กลางเวที สองแขนถูกยืดแน่นเข้ากับไหล่ที่พาดอยู่ ร่างเปลือยเปล่าหันหน้าเข้ากับเหล่านักโทษที่จ้องตาเป็นมัน เรียกเสียงร้องยินดีกับภาพตรงหน้า ก่อนจะมีผู้คุมอีกสองคนเดินเข้ามาประกบเพิ่ม ยกขาที่ไร้เรี่ยวแรงขึ้นจนตัวลอย สองขากางออกชี้ขึ้นฟ้า ผู้คุมอีกคนหนึ่งยืนประกบเข้าด้านหลังเพื่อประคองน้ำหนักพร้อมกับดันบั้นท้ายให้แอ่นไปด้านหน้า ช่องทางที่ถูกใช้งานอย่างไม่บันยะบันยังอ้ากว้างตามขนาดของสิ่งแปลกปลอมที่เคยเสือกไสเข้าไป อัดแน่นไปด้วยมวลน้ำขาวขุ่นที่ค่อยๆไหลเยิ้มออกมาจนกลายเป็นภาพที่ดูหื่นกาม 

“ดูท่ามึงจะเป็นที่โหยหาของทุกคนเลยนะ ดูใบหน้าหื่นกระหายพวกนั้นสิ มันอดใจไม่ไหวที่จะได้ลิ้มลองรูฟิตๆ ของมึง” 

เออร์วินเดินเข้าไปขนาบข้าง เอื้อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ชวนให้รู้สึกหงุดหงิด แม้ร่างกายจะไร้เรี่ยวแรงแต่ดวงตาดุยังคงทำหน้าที่ได้อย่างดีเยี่ยม จ้องมองราวกับจะฆ่าให้ตายเสียตรงนี้ 

“กูจะเอามึงจนกว่าจะบานหุบไม่ลง แล้วให้พวกมันเอามึงไปใช้งานกันต่อ” 

น้ำเสียงโหดเหี้ยมเอ่ยตอบกลับสายตาเคียดแค้น แรงกดดันเพียงแค่นี้ไม่อาจทำให้ผู้ที่อยู่จุดสูงสุดของเหล่าผู้คุมหวาดกลัวได้ เออร์วินแสยะยิ้มให้แล้วเดินไปยังหน้าเวที 

“ไว้กูเล่นกับมันจนเบื่อแล้ว กูจะเอามาแบ่งให้พวกมึง!!!” 

เออร์วินประกาศก้อง เรียกเสียงกู่ร้องด้วยความดีใจดังลั่นตอบรับทันทีที่จบประโยค สนั่นไปทั่วลานราวกับลืมช่วงเวลาที่ถูกด่าทอ และช่วงเวลาที่จะไร้ซึ่งอาหารไปเสียสนิท ใบหน้าเจ้าเล่ห์หันไปพยักให้กับหนึ่งในผู้คุมอย่างรู้กัน มือหยาบกอบกุมเข้ากับความเป็นชายที่ยังคงบวมเป่ง ก่อนจะรูดขึ้นลงอย่างรวดเร็วจนบัลธัสกัดฟันกรอดอดทนด้วยความเสียว แต่ก็ทำได้ไม่นานนัก ร่างแกร่งเกร็งกระตุกปล่อยมวลน้ำสีขุ่นพุ่งกระจายออกไปกลางอากาศดุจพุเฉลิมฉลองการกำเนิดราชาเหนือราชา ก่อนจะร่วงหล่นไปยังเหล่านักโทษที่รอคอยอยู่เบื้องล่างด้วยสีหน้ายินดีปรีดา 

“คิงฟอร์จูน! คิงฟอร์จูน! คิงฟอร์จูน!! คิงฟอร์จูน!!!” 

เสียงตะโกนเรียกชื่อสรรเสริญราวกับเป็นกษัตริย์เริ่มดังขึ้นจากหนึ่งในนักโทษ จากคลื่นลูกเล็กๆเริ่มขยายขึ้นเมื่อมีคนที่สองตะโกนตาม ก่อนจะกังวานใหญ่ขึ้นจนกระหึ่มก้องไปทั่วลานกว้าง กลบเสียงพายุฝนที่โหมกระหน่ำลงมาเสียสนิท ทุกคนมีสีหน้าปีติยินดี พูดคุยกันอย่างออกรส ยกเว้นแค่บุรุษเพียงคนเดียวที่ยังคงจ้องมองลานประหารและช่วงเวลาสุขสันต์ตรงหน้าด้วยความโกรธแค้น แม้สีหน้าจะนิ่งเรียบก็ตาม 

ในที่สุดเออร์วินก็ลงมาจากเวที เดินตรงไปยังห้องพัศดีด้วยอารมณ์หื่นกระหายที่ยังไม่ได้จางลงไป ยิ่งคิดถึงร่างที่จะถูกปู้ยี่ปู้ยำตลอดทั้งคืนก็ยิ่งทำเอาสั่นไปทั้งตัว ก่อนจะแปรเปลี่ยนใบหน้าเป็นท่าทีหงุดหงิดเมื่อร่างของบุรุษคนหนึ่งยืนรออยู่กลางทางเดิน 

“เออร์วิน หยุดแค่นี้ดีกว่า พวกเราควรเอาอาหารที่สำรองไว้แบ่งให้พวกนักโทษ นายคงไม่อยากให้พวกนักโทษลุกฮือขึ้นมาโดยไม่จำเป็นหรอกนะ” 

พัศดีส่งเสียงจิ๊จ๊ะในปากอย่างขัดใจกับคำพูดของคนตรงหน้า ก่อนจะจ้องเขม็งมองใบหน้าที่เรียบเฉยไม่แสดงอารมณ์ หมวกหม้อน้ำตาลสีน้ำเงินเข้มสวมอยู่บนศีรษะแบบเดียวกับเออร์วิน เพียงแต่การแต่งกายนั้นกลับเป็นระเบียบกว่า ชุดเกราะสำหรับการทหารถูกสวมทับเสื้อลายพรางสีเข้มแขนยาวพร้อมกับกระบอกปืนเหน็บอยู่ข้างกาย 

“ลุกฮือแล้วยังไง มันเป็นหน้าที่ของพวกทหารฝ่ายมึงไม่ใช่รึไงที่จะต้องกำจัดพวกเศษสวะที่ต่อต้านน่ะ” 

พูดจบร่างแกร่งก็เดินเข้าไปกระแทกไหล่จนคู่สนทนาตัวสะบัด แม้การกระทำจะแลดูไม่หวั่นเกรง แต่แฝงความหงุดหงิดแบบเห็นได้ชัด สองเท้ารีบก้าวเดินผ่านไปอย่างไม่อยากเสียเวลากับไม้เบื่อไม้เมาที่มีตำแหน่งเทียบเท่าตรงหน้า 

“ถ้าอยากจะโอ๋พวกนักโทษ พวกมึงก็จัดการกันเอาเอง ไม่ต้องมาเสือกเรื่องของฝั่งกู” 

แววตาวาวโรจน์หันมองกลับมา พร้อมกับเสียงตะโกนแข็งกร้าว 

“พันเอกเบรทท์!” 

 

====== END SS 0 Part 3 : ผลงานชิ้นเอกของพัศดีเออร์วิน ====== 

คอมเมนต์

Chapter List