ภามเป็นปลื้ม ตอนที่ 7

Reader Settings

Size :
A-16A+

บทที่ 39 สิ่งที่ติดค้างในใจ

บทที่ 39 สิ่งที่ติดค้างในใจ 

 

 

 

“สอบเสร็จสักทีโว้ย! กูจะนอนให้เตียงยุบเลยคอยดู” 

“เตียงมึงจะยุบเพราะนอน หรือว่าเตียงมึงจะยุบเพราะอย่างอื่นกันแน่วะไอ้เสือ”  

เมื่อเหนือยกศอกขึ้นกระทุ้งแขนเสือพร้อมทั้งถามอย่างเจ้าเล่ห์ ปลื้มก็หัวเราะออกมาเพราะรู้ว่าเพื่อนหมายถึงอะไร  

“เบานะมึง อาทิตย์หน้าไปค่ายอาสา” 

“บอกตัวเองเถอะไอ้สัตว์ อย่าให้ใครมันบีบคอมึงมาอีก” 

“พอกันทั้งคู่แหละพวกมึงสองคนอะ” ปลื้มส่ายหน้าให้ทั้งสองคน ก่อนจะล้วงมือเข้าไปในกระเป๋ากางเกงแล้วหยิบกุญแจรถออกมา “อะไร มองกูแรงจังนะไอ้เสือ” 

“คนที่ตัวไม่เคยขาดรอยอย่างมึงมีสิทธิ์มาว่าพวกกูเหรอ” 

“กะ กลับบ้านสิโว้ย!”  

เมื่อเพื่อนวนมาที่เรื่องของตัวเอง ปลื้มก็ทำเป็นโวยวายแล้วเดินไปที่ลานจอดรถมอเตอร์ไซค์ ส่วนเสือกับเหนือที่อยู่ด้านหลังก็หัวเราะออกมา ก่อนจะกอดคอกันแล้วเดินแยกไปที่ลานจอดรถยนต์ 

 

กลับมาถึงบ้านปลื้มก็เอากระเป๋าขึ้นไปเก็บบนห้องแล้วเปลี่ยนเสื้อผ้าให้อยู่ในชุดที่ทะมัดทะแมง จากนั้นก็ลงมาที่ห้องครัว เพราะว่าวันนี้ภามบอกว่าจะกลับบ้านมากินข้าวเย็นด้วยกัน ดังนั้นปลื้มเลยจะทำอาหารให้อีกฝ่ายกินบ้างหลังจากที่ไม่ได้ทำมาสักพัก แน่นอนว่างานนี้ต้องมีคนช่วย ไม่อย่างนั้นคงทำไม่ทันเพราะเขาอยากทำหลายอย่าง 

“คุณปลื้มอยากได้อะไรหรือเปล่าคะ” 

“ผมอยากทำอาหารให้เฮียภามครับป้าเพ็ญ” 

“คุณปลื้มอยากทำอะไรคะ” 

“ปลาราดพริก ต้มยำกุ้ง แล้วก็หมูสามชั้นทอดน้ำปลาครับ” 

“งั้นเดี๋ยวป้าดูของสดในตู้ให้นะคะ ถ้าไม่มีอะไรจะได้ให้เด็กออกไปซื้อ”  

ปลื้มพยักหน้ารับ ก่อนจะถอยหลังหลบ จากนั้นก็ชะเง้อคอมองเข้าไปในตู้เย็นขณะที่ป้าเพ็ญกำลังเช็กของให้  

“โชคดีนะคะเนี่ยที่มีครบทุกอย่างเลย” 

“งั้นป้าเพ็ญช่วยผมทำด้วยนะ เดี๋ยวรสชาติไม่เหมือนเดิม” 

“ได้เลยค่ะ”  

ป้าเพ็ญพูดกับคนเด็กกว่าอย่างเอ็นดู จากนั้นก็เอาของสดออกมาวางไว้ที่เคาน์เตอร์ครัวก่อนจะช่วยกันทำอาหารเย็นกับปลื้ม ดีนะที่ปลื้มกลับบ้านมาเร็ว หากมาช้ากว่านี้อีกสักนิดป้าเพ็ญคงลงมือทำอาหารเย็นไปแล้ว 

ขณะที่กำลังง่วนกับการทำอาหารอยู่นั้น คนโปรดที่ซื้อขนมมาฝากอย่างทุกทีก็เข้ามาขัดจังหวะ ดังนั้นปลื้มจึงกลอกตาใส่คนทำตัวราวกับเจ้าของบ้าน เดินไปนั่นมานี่โดยไม่ขออนุญาตก่อน 

“นี่พี่ไม่มีงานการทำหรือไง ทำไมมาบ่อยจัง” 

“งานพี่มีเยอะ แต่น้องชายพี่สอบเสร็จทั้งทีก็ต้องซื้อขนมมาเลี้ยงหน่อยสิ”  

คนโปรดพูดพลางชูถุงขนมมากมายให้ดูก่อนจะวางลงบนเคาน์เตอร์ จากนั้นก็มองมือบางที่กำลังหมักหมูอยู่  

“ไม่ยักรู้ว่าเราทำอาหารเป็นด้วย วันนี้พี่ขอฝากท้องได้ด้วยหรือเปล่า กำลังคิดอยู่เลยว่าจะกินอะไรเป็นมื้อเย็นดี” 

“ไม่ได้” 

“ทำไมอะ” 

“มันเกะกะ” ได้ยินแบบนั้นคนโปรดก็ยิ้มล้อทันที  

ที่แท้ก็ไม่อยากได้ก้างขวางคออย่างเขานี่เอง  

“ส่งขนมเสร็จแล้วก็กลับไปสิ อย่ามาเกะกะในครัว คนกำลังทำอาหารอยู่ไม่เห็นเหรอ” 

“พี่กับผัวเลือกอะไร” 

“ผัว”  

คนโปรดหัวเราะชอบใจออกมาทันทีที่คำตอบของปลื้มไม่ทำให้ผิดหวัง  

“มาทีหลังก็อย่ามาเรียกร้อง” 

“ไปก็ได้ กินขนมด้วยนะ พี่ซื้อมาหลายอย่างเลย”  

ปลื้มพยักหน้ารับ ทุกทีที่คนโปรดซื้อขนมมาให้เขาก็กินแทบไม่เหลือทุกทีนั่นแหละนะ  

“พรุ่งนี้พี่จะเข้าไปที่สนาม นักแข่งในทีมมีซ้อม เราอยากไปดูไหม เดี๋ยวพี่เข้ามารับที่บ้าน” 

“ดูก่อนแล้วกัน เดี๋ยวบอกอีกที” 

“เผื่อลุกจากเตียงไม่ได้เหรอ” 

“ไอ้พี่โปรด!”  

ปลื้มโวยวายขึ้นมาก่อนจะมองเหล่าแม่บ้านที่หน้าแดงขึ้นมาน้อย ๆ ทุกคนต่างก็รู้อยู่แล้วว่าเขาถูกรังแกจนลุกจากเตียงไม่ได้บ่อยแค่ไหน แต่แค่ไม่มีใครถามหรือพูดอะไรออกมาทั้งนั้น  

“กลับบ้านไปเลย เดี๋ยวผมโทรบอกพรุ่งนี้อีกทีว่าจะให้มารับไหม” 

“โอเค หวังว่าจะได้รับสายนะเจ้าน้องชาย”  

คนโปรดยื่นมือไปยีผมสวยจนฟูฟ่อง ก่อนจะเดินออกจากห้องครัวมา แน่นอนว่าปลื้มที่โดนแกล้งก็โวยวายตามหลังมาด้วย ซึ่งนั่นก็ทำให้คนเป็นพี่อารมณ์ดีไม่น้อย  

ตั้งแต่เกิดมาไม่เคยมีพี่น้องกับเขาสักคน พอมีน้องชายเป็นของตัวเองชีวิตก็มีสีสันดีไม่น้อย มีคนให้มาหา มีคนให้ดูแล ไม่ต้องใช้ชีวิตคนเดียว แถมยังยิ้มได้เต็มปากโดยไม่ต้องเสแสร้งอีกต่างหาก 

 

หลังคนโปรดกลับไป ปลื้มก็ง่วนอยู่กับการทำอาหารจนกระทั่งเสร็จ ซึ่งจังหวะที่ออกมาจากห้องครัว ภามที่เพิ่งกลับมาจากที่ทำงานก็เดินเข้ามาในบ้านพอดี  

ดังนั้นปลื้มจึงเดินเข้าไปหาแล้วกระโดดกอดอีกคนไว้ราวกับลูกลิง ส่วนภามก็ประคองก้นสวยไว้เพื่อไม่ให้ตก จากนั้นก็โน้มเข้าไปจูบหน้าผากเนียนที่ชื้นเหงื่ออย่างรักใคร่ 

“ทำอาหารมาเหรอ” ภามถามเพราะเนื้อตัวปลื้มมีแต่กลิ่นอาหารติด “เอาใจเก่งนะเดี๋ยวนี้” 

“ผมอยากทำกินเองเถอะ” 

“บอกแล้วไงว่าให้พูดออกมาตรง ๆ เพราะยังไงเฮียก็จับไต๋เธอได้อยู่แล้ว”  

ถึงภามจะว่ามาแบบนั้นแต่ปลื้มก็ทำเป็นลอยหน้าลอยตา ไม่ยอมรับว่าตัวเองทำเพื่อเอาใจอีกฝ่ายทั้งที่ก็เป็นอย่างนั้นจริง ๆ  

“สอบเป็นยังไงบ้าง” 

“ระดับผมแล้ว” 

“เอฟชัวร์” 

“เอสิโว้ย!”  

ภามหัวเราะร่วนก่อนจะเดินไปทางห้องอาหารทั้งที่มีลูกลิงเกาะอยู่บนตัว  

เมื่อมาถึงโต๊ะก็วางลงบนที่นั่งประจำของเจ้าตัว ก่อนจะจับแขนเรียวทั้งสองข้างขึ้นมาสำรวจดู เมื่อเห็นว่ามีรอยน้ำมันกระเด็นใส่อยู่สามสี่จุดก็ถอนหายใจออกมาเฮือกหนึ่ง  

“แค่รอยน้ำมันนิดเดียวเอง ถอนหายใจอย่างกับโดนน้ำกรดสาด” 

“ก็เฮียไม่ชอบให้เธอเจ็บตัว”  

ได้ยินแบบนั้นปลื้มก็ส่ายหน้าไปมา ดันอีกฝ่ายให้นั่งลงบนเก้าอี้ของตัวเอง ซึ่งภามก็ยอมนั่งลงแต่โดยดีแล้วจับมือบางขึ้นมาจูบ ท่ามกลางสายตาของแม่บ้านที่กำลังตักข้าวใส่จาน  

“ขอบคุณนะครับ” 

“เรื่องอะไร” 

“เรื่องอาหารเย็นวันนี้”  

ภามพูดกลางบุ้ยหน้าไปยังอาหารที่มีแต่ของโปรดของตัวเอง ดังนั้นปลื้มจึงพยักหน้ารับด้วยใบหน้าที่ขึ้นสีแดงระเรื่อ อยู่บนเตียงไม่ยักจะเขินเท่าตอนนี้เลย  

“ไหนมาชิมซิ อยากรู้นักว่าจะอร่อยเท่าคนทำหรือเปล่า” 

ปลื้มส่ายหน้าอย่างเอือมระอา ก่อนจะยื่นมือไปตักหมูสามชั้นทอดน้ำปลาไปใส่ในจานข้าวของภาม เพื่อบอกกลาย ๆ ว่าให้หุบปากแล้วก็กินข้าวไปซะ ดังนั้นภามจึงหยิบช้อนส้อมขึ้นมาแล้วตักข้าวกับหมูเข้าปาก ขณะที่กำลังเคี้ยวก็มองคนที่นั่งรอผลตอบรับไปด้วย  

เมื่อกลืนอาหารลงคอเรียบร้อยแล้วก็พยักหน้าอย่างพึงพอใจ 

“อร่อย” 

“อร่อยก็กินไป จะได้ไม่ต้องพูดมาก” 

“ทำไม เขินเหรอ” 

“กินข้าว!”  

ถลึงตาใส่คนพูดมาก ก่อนจะตักอาหารมาใส่จานตัวเองแล้วลงมือกินบ้าง 

 

 

หลังจบมื้ออาหาร ทั้งสองคนก็กลับขึ้นมาบนห้องแล้วเล่นเกมรอระหว่างที่อาหารยังไม่ย่อย ผ่านไปเกือบชั่วโมงก็จูงมือกันเข้ามาในห้องน้ำ ล้างเนื้อล้างตัวให้เรียบร้อยก่อนจะลงมาแช่อยู่ในอ่างอาบน้ำด้วยกัน 

 

จุ๊บ! 

 

ภามกดจูบลงบนหัวไหล่ขาวเนียน ก่อนจะวักน้ำในอ่างขึ้นมารดแล้วลูบอย่างเบามือ หลุบตามองคนที่นอนพิงอกตัวเองแล้วเล่นฟองสบู่อย่างสบายใจด้วยความเอ็นดู ไม่นานมือที่เคยลูบอยู่ที่หัวไหล่ก็ไล่ลงไปที่อกขาวแล้วแกล้งสะกิดยอดเม็ดบัวสีหวานจนเจ้าตัวสะดุ้งโหยง  

“อย่ามาหื่นนะไอ้เฮีย” 

“ไม่เห็นเป็นไรเลยนี่ ยังไงพรุ่งนี้เธอก็ปิดเทอมแล้ว จะนอนซมอยู่บนเตียงทั้งวันก็ไม่มีใครว่าอะไรหรอก”  

ขณะพูด ภามก็ใช้มือลูบไล้กายขาวเนียนอย่างไม่เว้นว่าง ทว่าพอสะกิดโดนนั่นนิดจับโดนนี่หน่อยก็โดนหยิกเข้าให้ที่หลังมือ  

“นี่เฮียปล่อยให้เธออ่านหนังสือโดยไม่ได้ทำอะไรมาทั้งอาทิตย์แล้วนะ ไม่เห็นใจคนรอบ้างเหรอ” 

“นาทีนี้ต้องเห็นใจตัวเองก่อนไหมวะ พรุ่งนี้ที่สนามแข่งของพี่โปรดเขามีซ้อม เกิดเฮียเล่นผมซะซมติดเตียงก็ไม่ได้ไปดูกันพอดีน่ะสิ”  

ใจจริงตอนที่คนโปรดชวนเขาก็อยากจะตอบตกลงไปซะเดี๋ยวนั้น ทว่าก็ต้องยั้งปากตัวเองไว้ก่อน เผื่อตกลงกับคนด้านหลังไม่ได้แล้วถูกฟัดจนจมเตียงคงไปด้วยไม่ไหว 

“วันหยุดทั้งทีแทนที่จะอยู่กับเฮีย แต่เธอดันจะหนีไปวิ่งเล่นกับพี่ชายซะงั้น” 

“สัญญาไหมล่ะว่าผมจะลุกไหว” 

“สัญญาว่าเธอจะไม่ได้ลุกไปไหนแน่นอนครับ”  

กระซิบชิดใบหู ก่อนจะอ้าปากขบเม้มบริเวณติ่งเนื้อนิ่มพร้อมทั้งเป่าลมหายใจใส่จนปลื้มต้องย่นคอหนี ซึ่งปฏิกิริยานั้นก็ทำให้ภามเป่าลมหายใจแกล้งไม่หยุด ทำเอาขนอ่อนทั่วร่างพร้อมใจกันลุกเกรียวขึ้นมา  

“คิดว่าเฮียพาเธอเข้ามาอาบน้ำด้วยกันทำไมหืม” 

“ในหัวคิดแต่เรื่องแบบนี้หรือไง” 

“ถ้ามีเธออยู่ในสายตาเฮียก็คิดอย่างอื่นไม่ได้หรอก”  

ภามลูบมือหนาวนรอบสะดือสวยอยู่พักหนึ่ง ก่อนจะเลื่อนลงไปจับแก่นกายเล็กแล้วขยับรูดรั้งจนมันตื่นขึ้นมาและขยายขนาดขึ้นเรื่อย ๆ ตามแรงชักจูง  

“ถ้าเธอไม่ร้องขออย่างอื่น วันนี้เฮียจะยอมรามือโอเคไหม” 

“อึก!” 

“แต่ถ้าเธอทำไม่ได้ พรุ่งนี้ทั้งวันก็อย่าได้คิดที่จะออกไปไหนเลย”  

ภามพูดพลางใช้หัวเข่าตัวเองชันที่ข้อพับขาทั้งสองข้างของอีกฝ่าย จากนั้นก็ดันออกกว้างจนขาเรียวชิดกับขอบอ่าง ขยับมือรูดรั้งแก่นกายที่ขยายขึ้นพอดีมือเป็นจังหวะ ปลายจมูกโด่งรั้นกดลงที่ข้างลำคอระหง ก่อนจะเกลี่ยไปมาไม่หยุดอย่างต้องการปลุกปั่น ทั้งยังเป่าลมหายใจกรุ่นร้อนใส่จนปลื้มแทบจะละลายคาอก 

“อ๊ะ”  

มือบางยกขึ้นจับแขนแกร่ง ออกแรงบีบด้วยความเสียวกระสัน เมื่อร่างสูงด้านหลังละมือจากแก่นกายแล้วเลื่อนมือไปลงถูบริเวณปากช่องทางรัก ขณะที่อีกฝ่ายทำท่าเหมือนจะกดนิ้วเรียวเข้าไปแต่ก็ไม่กด ทำให้ปลื้มต้องใช้ความพยายามอย่างมากในการอดกลั้นความรู้สึกเบื้องลึกของตัวเอง 

“ทนได้จริงเหรอ”  

“ดะ ได้ อื้อ…!!”  

เมื่อปลื้มบอกว่าทนได้ ภามก็กดเรียวนิ้วที่กลั่นแกล้งอยู่บริเวณปากทางเข้าไปในช่องทางนิ่มสองข้อ งอนิ้วครูดกับผนังช่องทางด้านใน ก่อนจะหมุนคว้านรอบทิศแล้วดึงนิ้วออกมา จากนั้นก็เลิกยุ่งกับทั้งช่องทางด้านหลังและแก่นกายที่กำลังผงกหัวอยู่ในน้ำ หันมาลูบผิวกายเนียนละเอียดเล่นอย่างสะเปะสะปะแทน ต่อมาก็จับเข้าที่คางเรียวแล้วปรับให้ได้องศา ก่อนจะป้อนจูบให้อย่างเร่าร้อน ซึ่งปลื้มก็จูบตอบกลับแทบจะทันที 

จูบกันไปสักพัก คนที่โดนมือหนาปลุกเร้าไม่หยุดก็เริ่มขยับร่องก้นถูไถเข้ากับแก่นกายใหญ่โตที่ขยายเต็มที่มาสักพักหนึ่งแล้ว ซึ่งการกระทำนั้นก็เรียกรอยยิ้มจากเจ้าของมันได้เป็นอย่างดี  

ถึงแม้เขาจะอยากจับแก่นกายตัวเองใส่เข้าไปแล้วกระแทกร่างเล็กให้สมใจมากเท่าไร แต่ก็ยังนิ่ง เขาอยากแกล้งปลื้มให้ถึงที่สุดก่อน อยากรู้เหมือนกันว่าคราวนี้จะทนได้นานสักแค่ไหน… 

เขามั่นใจว่าคืนนี้เด็กดื้อบนตักได้จมเตียงแน่ 

“อื้อ!!”  

ปลื้มส่งเสียงร้องในลำคอเมื่อภามใช้ปลายนิ้วบดบี้เม็ดบัวจนชูชันขึ้นมาสู้มือ บิดกายเร่าไปมาเมื่อความต้องการของตัวเองสูงขึ้นจนแทบจะทนไม่ไหว ปล่อยปากออกจากการจูบแล้วหอบหายใจทางปาก ใช้สติที่ยังหลงเหลือบังคับตัวเองให้สู้ร่างสูงให้ถึงที่สุด ทั้งที่ร่างกายตัวเองแทบจะไม่ไหวอยู่แล้ว 

 

จุ๊บ! 

 

ภามจูบลงที่หลังคอขาวแล้วแลบลิ้นออกมาเลียจนเปียกชื้น จากนั้นก็กัดลงไปจนจมเขี้ยว แม้จะไม่ถึงกับได้เลือดแต่ก็ทิ้งรอยไว้ให้เห็นอย่างชัดเจน  

มือข้างหนึ่งยกขึ้นแล้วสอดนิ้วเรียวสองนิ้วเข้าไปในปากสวย วนนิ้วรอบลิ้นเล็กเพื่อกระตุ้น ก่อนที่อีกฝ่ายจะตอบรับด้วยการขยับลิ้นเล่นกับนิ้วในปากอย่างรู้งาน ส่วนอีกข้างก็ใช้ปลายเล็บที่ตัดจนสั้นลากตั้งแต่ปลายคางเรียวลงตามแนวกระดูกหน้าอกลงไปเป็นเส้นตรง วนรอบสะดือสวย ก่อนจะลากลงผ่านแก่นกายชูชันจนร่างเล็กสั่นสะท้าน ปลายเท้าจิกงุ้มเข้าหากันจนเกร็ง 

 

พึ่บ! 

 

เมื่อทนไม่ไหว ปลื้มก็พยุงกายขึ้นแล้วจับแก่นกายแกร่งจ่อที่ปากทางรักคับแคบของตัวเองแล้วกดตัวลงไป ทว่าเข้าไปได้ไม่ถึงครึ่งก็ต้องชะงักเมื่อช่องทางที่ห่างหายจากการมีเซ็กซ์ไปอาทิตย์กว่านั้นแน่นขึ้น อีกทั้งยังไม่ได้เตรียมช่องทางนั้นให้พร้อมพอสำหรับการรับแก่นกายใหญ่โตจึงเข้าไปได้ยาก  

“เธอเอาออกก่อน ถ้าฝืนเดี๋ยวจะ…” 

“อื้อ!!”  

ปลื้มไม่ได้ฟังที่ภามพูดแล้วกดตัวรับแก่นกายแกร่งเข้ามาในกายรวดเดียวจนสุดความยาว ทิ้งตัวพิงอกแกร่ง แหงนหน้าขึ้นฟ้าแล้วสูดปากเมื่อได้รับทั้งความเจ็บและความเสียวซ่านปะปนกัน ซึ่งแน่นอนว่าความรู้สึกอย่างหลังนั้นมีเยอะกว่าเป็นเท่าตัว  

“แฮ่ก!” 

“ดื้อจริง บอกอะไรก็ไม่ยอมฟัง”  

ภามออกปากบ่น ก่อนจะจูบลงที่ข้างขมับที่ชื้นไปด้วยเหงื่อ จากนั้นก็จับเอวบางไว้มั่นก่อนบังคับให้ขยับในจังหวะที่เนิบนาบ หัวเข่าทั้งสองก็ดันขาเรียวให้กว้างขึ้นจนสอดประสานกันได้ถนัดถนี่ ไม่นานนักปลื้มก็ขยับกายให้เร็วขึ้นอีกระดับ จนภามต้องปล่อยให้อีกคนทำตามใจแล้วประคองเอวเล็กไว้ไม่ให้เสียหลักเท่านั้น 

“อ๊ะ อ๊า!” 

“เธอแพ้เฮียแล้วนะคนดี”  

ปลื้มจับขอบอ่างอาบน้ำจนเส้นเลือดที่หลังมือขึ้นชัดเจน  

ใช่ เขารู้ว่าเขาแพ้ให้กับร่างสูงแล้ว ที่จริงไม่คิดว่าตัวเองจะชนะอยู่แล้ว เพราะเขาไม่เคยทนการเล้าโลมของคนที่ประสบการณ์มากกว่าได้เลยสักครั้ง  

แต่ถึงจะรู้อย่างนั้นก็ยังไม่อยากยอมแพ้ แม้ว่ามันจะเป็นการทรมานตัวเองก็ตาม แต่อย่างน้อยเขาก็ไม่ได้ทรมานคนเดียว เพราะมีอีกคนที่ต้องอดทนให้กับความทรมานไปพร้อมกับเขาด้วย 

“ระ แรงอีก จะเสร็จ” 

“ไม่ทันไรก็จะเสร็จแล้วเหรอ” 

“เพราะใครล่ะ อ๊ะ!”  

ปลื้มร้องออกมาเมื่อภามกระแทกเข้าที่จุดกระสันอย่างพอดิบพอดี ขาเรียวที่พาดอยู่บนหน้าขาแกร่งก็สั่นไหวอย่างแรงจนภามรู้สึกได้ ซึ่งนั่นก็ยิ่งทำให้เขากระแทกเข้าไปยังจุดเดิมซ้ำจนปลื้มได้แต่ทิ้งตัวลงมาพิงอก ส่งเสียงร้องครางจนดังไปทั่วทั้งห้องน้ำ  

ต่อมาไม่นานนักร่างทั้งร่างก็กระตุกเกร็ง ปลดปล่อยออกมาแล้วนอนหอบเหนื่อยอย่างอ่อนแรง ทว่ายังไม่ทันไรภามก็จับปลื้มมาอยู่ในท่าคุกเข่าแล้วตามมาทาบทับ  

“ดะ เดี๋ยว” 

 

ปึก! 

 

ภามไม่ได้ฟังคำทัดทานที่เปล่งออกมาอย่างกระท่อนกระแท่นแล้วกระแทกกายเข้าไปหนัก ๆ จนปลื้มต้องรีบจับขอบอ่างอาบน้ำไว้เพื่อไม่ให้เสียหลัก แอ่นสะโพกรับแรงกระแทกที่ถาโถมเข้ามาอย่างไม่มีหยุดพัก 

“เธอยกขาขึ้นไปวางบนขอบอ่าง” 

“มะ ไม่เอา”  

ปลื้มปฏิเสธเมื่อลองนึกท่าทางที่ภามให้ทำแล้วมันคล้ายกับสุนัขที่กำลังยืนฉี่ เมื่อปลื้มไม่ยอมทำตามที่ต้องการ ภามก็กระแทกกายจี้เข้าไปที่จุดกระสันอย่างแรง จนปลื้มแทบจะทรุดลงไปหากไม่ได้จับยึดขอบอ่างไว้  

ต่อมาภามก็จับขาเรียวให้ขึ้นไปพาดบนขอบอ่างอาบน้ำไว้ด้วยตัวเอง กระแทกกายเข้าไปอย่างหนักแน่นจนน้ำในอ่างกระฉอกออกไปด้านนอก  

“อะ เอาแต่ใจ อ๊ะ!” 

“เฮียเอาแต่ใจกับเธอได้มากกว่านี้อีกนะคนสวย”  

ภามยกยิ้มร้าย ก่อนจะจับขาเรียวอีกข้างขึ้นไปพาดกับขอบอ่างจนปลื้มถึงกับเบิกตากว้าง ทั้งกลัวตก ทั้งตื่นตระหนก จนช่องทางคับแคบรัดแก่นกายใหญ่แน่นกว่าเดิมจนภามต้องสูดปากด้วยความเสียวกระสัน มือหนาข้างหนึ่งประคองเอวบางไว้เพื่อให้ทรงตัวอยู่ในท่าที่จัดให้ได้ ส่วนอีกข้างก็ใช้หยอกล้อกับเม็ดบัวชูชันเพื่อปลุกเร้าอารมณ์เพิ่ม สะโพกแกร่งก็ขยับเข้าหาอย่างเน้นหนักจนอีกฝ่ายร้องระงม 

“ละ ลึก” 

“จะเอาลึกอีกเหรอครับ” 

“ละ ลึกไป ผมไม่ไหว” 

“เฮียรู้ว่าเธอชอบ”  

พูดจบภามก็จูบลงบนหัวไหล่เนียน ก่อนจะลากริมฝีปากลงมาแล้วทิ้งรอยกัดรัดดูดไว้ทั่ว จนปลื้มนึกถึงคำพูดของเสือเมื่อตอนก่อนจะกลับมาจากมหาวิทยาลัย… 

เนื้อตัวเขาไม่เคยขาดจากรอยรักอย่างที่เสือว่าไว้จริง ๆ เพราะก่อนที่รอยพวกนั้นจะหาย คนเอาแต่ใจที่กำลังกระแทกกายไม่หยุดก็มักจะสร้างรอยใหม่ให้เสมอ 

“เฮียผมจะ…อ๊า!”  

ปลื้มปลดปล่อยออกมาทันทีหลังจากที่ภามโถมกายกระแทกเข้าที่จุดรับสัมผัส ยังไม่ทันที่จะได้พักภามก็จับอีกฝ่ายพลิกให้หันหน้าเข้าหากัน โดยให้แผ่นหลังบางพิงกับขอบอ่างอาบน้ำเอาไว้เพื่อไม่ให้จมลงไปในน้ำ จับขาเรียวทั้งสองข้างฉีกออกกว้าง ก่อนจะกระหน่ำกายเข้าหาอย่างไม่หยุดหย่อน  

“บะ เบา” 

 

ปึก! 

 

เมื่อบอกให้เบาแต่ภามกลับกระแทกกายเข้าใส่ไม่ยั้ง ปลื้มก็ผวาเข้าไปกอดรอบลำคอแกร่งแน่น ริมฝีปากสวยเผยอออกแล้วเปล่งเสียงร้องออกมาอย่างไม่เป็นภาษา ไม่นานนักริมฝีปากหนาก็โฉบลงมางับเขาที่ริมฝีปากล่างแล้วดูดดึงจนยืดตามแรงดึง โฉบริมฝีปากไปมาไม่ยอมจูบอยู่หลายที จนปลื้มต้องดึงคออีกฝ่ายเข้ามาจูบเสียเอง ทั้งยังสอดลิ้นเข้าไปในโพรงปากที่ติดกลิ่นบุหรี่จาง ๆ ตวัดเรียวลิ้นสู้กับลิ้นหนาอย่างไม่ยอมแพ้ 

“อ๊ะ!”  

หลุดร้องออกมาครั้งหนึ่ง ก่อนจะรับจูบร้อนแรงที่อีกฝ่ายป้อนให้ มือเรียวก็จิกลงบนต้นคอแกร่งเพื่อระบายอารมณ์หวามไหวที่ได้รับมากขึ้นทุกขณะที่อีกฝ่ายขยับกาย  

“ฮื้อ! ฮะ เฮียภาม” 

“เธอนำหน้าเฮียไปหลายรอบแล้วนะคนดี”  

ภามผละออกมาพูดเจือเสียงหอบกระเส่า ล็อกเอวเล็กให้อยู่นิ่งแล้วกระแทกกายให้เร็วขึ้น แรงขึ้น หนักหน่วงขึ้น จนต่างฝ่ายต่างก็หายใจไม่ทัน  

กระแทกกายอยู่ในช่องทางรักร้อนผ่าวอยู่ไม่นานปลื้มก็ปลดปล่อยออกมาอีกครั้ง ส่วนภามก็โถมกายกระแทกต่ออีกสองสามครั้งติด ก่อนจะปลดปล่อยน้ำรักขาวขุ่นเข้าไปในช่องทางรักที่ขมิบตัวถี่ทุกหยาดหยด ซบหน้าผากที่พร่างพราวไปด้วยหยาดเหงื่อลงกับไหล่บาง หอบหายใจทางปาก ก่อนจะขยับใบหน้าลงมาจูบกลางอกขาวที่กระเพื่อมขึ้นลงตามแรงหายใจ 

“อ๊ะ!”  

เมื่อภามถอนแก่นกายใหญ่ออกจากช่องทางรัก ปลื้มก็หลุดเสียงร้องออกมาอย่างห้ามไม่อยู่ ต่อมาก็ต้องเม้มปากแน่นเมื่อภามสอดนิ้วเข้าไปแทนที่แล้วคว้านเอาน้ำรักที่ตัวเองปล่อยเข้าไปออกมาจนหมด 

 

พึ่บ! 

 

ปลื้มผวาเข้ากอดรอบลำคอแกร่งทันทีที่อีกฝ่ายอุ้มตัวเองขึ้นจากน้ำแล้วพามาล้างตัวใต้ฝักบัว มือหนาลูบไล้ไปทั่วเรือนกายสั่นเทา ไม่ว่าจะแตะลงตรงไหนก็ได้รับแรงสะดุ้งอยู่ร่ำไป 

เมื่อล้างตัวจนสะอาด ภามก็ยื่นมือไปปิดก๊อกน้ำแล้วอุ้มปลื้มขึ้นในท่าเจ้าสาว จากนั้นก็พาออกมาจากห้องน้ำ เดินตรงไปที่เตียงหลังกว้างแล้ววางอีกฝ่ายลงกลางเตียง ตามเข้าไปทาบทับแล้วจูบเข้าที่ริมฝีปากบวมแดงจากการถูกจูบเป็นเวลานานอย่างกระหายอยาก  

จับขาเรียวข้างหนึ่งขึ้นมาพาดไว้ที่บ่าแกร่ง ก่อนจะกดแก่นกายใหญ่เข้าไปในช่องทางที่ยังปิดไม่สนิททีเดียวจนสุดความยาว เมื่อพร้อมก็เริ่มขยับกายด้วยจังหวะเนิบนาบ แล้วเพิ่มแรงขยับขึ้นเรื่อย ๆ ตามความต้องการเบื้องลึกของตัวเอง 

เมื่อจูบกันนานจนปลื้มเริ่มหายใจไม่ทัน ภามก็ผละออกมาจูบที่ปลายคางเรียว ลากลงมาซุกไซ้ที่ลำคอระหง ทั้งพรมจูบทั้งพ่นลมหายใจใส่จนร่างบอบบางสะท้าน มือบางที่จับอยู่กับไหล่แกร่งก็จิกเล็บลงแล้วข่วนยาวลงมาถึงต้นแขน แม้จะเจ็บแสบอยู่บ้างแต่ภามก็ไม่ได้ว่าอะไร ถ้าเป็นความเจ็บปวดในรูปแบบนี้เขายินดีให้อีกฝ่ายทำได้จนกว่าจะพอใจ 

“ฮะ เฮีย อ๊า!” 

“ว่าไงครับ” 

“อย่าย้ำ มัน…อื้อ! เสียว”  

ภามช้อนตามองคนที่กัดปากด้วยความเสียวซ่านแล้วยกยิ้มพึงพอใจ ยกตัวขึ้นมาแล้วจับขาเรียวที่พาดอยู่บนบ่าขึ้นมา จูบลงที่ข้อเท้าขาวพร้อมทั้งทิ้งรอยกลีบกุหลาบไว้โดยรอบจนคล้ายสร้อย จากนั้นก็หันปลายเท้าเข้าหาตัวแล้วประทับจูบลงที่กลางฝ่าเท้า  

เท่านั้นยังไม่พอ…เพราะภามแลบลิ้นออกมาเลียกลางฝ่าเท้าแล้ววาดเป็นรูปหัวใจ ซึ่งนั่นก็ทำให้คนที่บิดเร่าอยู่ใต้ร่างยกขาอีกข้างขึ้นยันอกด้วยความจั๊กจี้ 

 

จุ๊บ! 

 

ภามจูบหนัก ๆ ลงที่ฝ่าเท้าขาวแล้วจับขาข้างนั้นพาดไว้กับไหล่เหมือนเดิม ต่อมาก็จับเข้าที่ข้อเท้าข้างที่ยันอกตัวเองขึ้นมา จูบลงกลางฝ่าเท้าแล้วจับพาดไว้ที่ไหล่เหมือนอีกข้าง โน้มตัวเข้าไปหาคนที่หน้าเหยเกด้วยความเสียวจนปลายจมูกสัมผัสกันเบา ๆ หลุบตามองริมฝีปากน่าจูบ ก่อนโฉบลงไปจูบแล้วกัดขึ้นมาอย่างมันเขี้ยว 

“บนโลกนี้มีแค่เธอคนเดียวเท่านั้นแหละที่เหยียบอกเฮียแล้วไม่ตาย…”  

“อ๊ะ!”  

เมื่อภามกระแทกกายโถมเข้าหาแรงขึ้นกว่าเดิม ปลื้มก็ส่งมือไปดันเชิงกรานแกร่งไว้เพื่อลดแรงปะทะ ทว่าด้วยแรงที่มีเหลืออยู่น้อยนิดก็ไม่สามารถดันร่างกายแข็งแรงของอีกฝ่ายให้ขยับถอยไปได้เลยแม้แต่นิด  

“บะ เบา มันจุก” 

“จุกเหรอ”  

ปลื้มพยักหน้ารับ จิกมือลงกับสะโพกแกร่งแล้วครูดจนเลือดซิบ ซึ่งนั่นมันกลับยิ่งทำให้ภามโถมกายกระหน่ำเข้าใส่จุดเสียวกระสันไม่หยุด ทำเอาความเสียวแล่นขึ้นสมองจนปลื้มตาลอยเคว้งจับโฟกัสไม่ได้ ปากก็อ้าค้างจนน้ำลายใสไหลออกมาจากทางมุมปาก  

“จุกแน่เหรอ เฮียเห็นแต่คนเสียว” 

“ฮื้อ!” 

“ตายลอยแล้วคนดี”  

“ไม่ไหวแล้ว มะ ไม่ อ๊ะ อ๊า!”  

ร่างเล็กกระตุกเกร็ง แก่นกายขาวผงกไม่หยุด ก่อนจะปล่อยสารน้ำสีขาวขุ่นออกมาจนเลอะหน้าท้อง เห็นแบบนั้นภามจึงละมือจากเอวบางมากอบกุมแก่นกายของปลื้ม ชักรูดจนน้ำรักพุ่งออกมาจนหมด  

เมื่อปล่อยมือออกก็มองคราบขาวขุ่นที่เลอะอยู่บนหลังมือของตัวเอง ยกยิ้มอย่างร้ายกาจ ก่อนจะแลบลิ้นออกมาเลียคราบบนมือออกจนสะอาดหมดจด จากนั้นก็ปาดมือละเลงลงบนหน้าท้องขาวจนเลอะคราบน้ำรักอีกครั้ง พลิกฝ่ามือตัวเองแล้วมองด้วยรอยยิ้ม ก่อนจะแลบลิ้นออกมาเลียมือตัวเองราวกับเลียไอศกรีม ทำเอาคนมองถึงกับเสียวท้องน้อยวูบ แก่นกายที่เพิ่งสงบก็ผงกหัวสั่นงันงกแล้วชูชันขึ้นมาอีกครั้ง 

“อร่อย” 

“อึก!” 

“เธอจะรัดเฮียแน่นขนาดนี้ไม่ได้นะคนดี”  

ภามกัดริมฝีปากล่าง เมื่อช่องทางรักกรุ่นร้อนขมิบรัดแก่นกายของตัวเองแน่นจนขยับได้ยากขึ้น  

“เป็นแบบนี้แล้วเฮียจะปล่อยเธอไปได้ยังไง…” 

“อ๊า!”  

ปลื้มหวีดเสียงร้องออกมาลั่นเมื่อภามโถมแรงทั้งหมดเข้าใส่อย่างไม่ปรานี… 

  

 

 

วันต่อมา… 

 

“ฮื้อ!”  

ปลื้มส่งเสียงออกมาอย่างนึกรำคาญเมื่อซอกคอขาวถูกซุกไซ้ไม่หยุดจนต้องรู้สึกตัวตื่นขึ้นมา พยายามลืมตาที่หนักอึ้งขึ้นมามองว่าเกิดอะไรขึ้นกับตัวเอง ทว่าพอลืมตาขึ้นมาแล้วเห็นว่าภามซุกไซ้สูดดมซอกคอตัวเองไม่หยุดก็ยกมือขึ้นมาดันออกห่าง  

“เมื่อคืนยังไม่สาแก่ใจเฮียอีกหรือ” 

“ถ้าเป็นเธอเฮียไม่เคยพอหรอก” 

“พอเลย”  

เมื่อภามทำท่าจะเข้ามาซุกที่ซอกคออีกครั้ง ปลื้มก็รีบใช้มือยันไว้ก่อน จากนั้นก็ช้อนตามองอีกคนอย่างออดอ้อน  

“ผมเมื่อยไปทั้งตัวแล้ว เฮียไว้ชีวิตผมเถอะนะ” 

“มาทำหน้าแบบนี้ใส่ใครมันจะไปอดใจไหวกัน”  

พูดออกมาอย่างเสียดาย ก่อนจะโน้มไปหอมแก้มนิ่มฟอดใหญ่ เมื่อผละออกมาก็มองคนที่เพิ่งตื่นอย่างเอ็นดู ยกมือขึ้นจัดผมที่ยาวขึ้นทุกวันแต่เจ้าตัวไม่ยอมไปตัดให้เข้ารูปเข้าทรง  

“เจ็บข้างหลังไหม เดี๋ยวเฮียไปเอายามาทาให้” 

“แค่ขัด ๆ ไม่ต้องทาก็ได้” 

“ไม่ทางั้นเอาแบบสอดไหม เดี๋ยวเฮียสอดให้” 

“น้ำหน้าอย่างเฮียคงจะได้สอดอย่างอื่นเข้าไปแทนยาอะ”  

ภามหัวเราะชอบใจเมื่อปลื้มพูดจาอย่างรู้ทัน เชยคางเรียวขึ้นมา ก่อนจะกดริมฝีปากลงไปทาบทับอย่างแนบแน่น ขยับริมฝีปากขบเม้มหนัก ๆ แล้วสอดลิ้นเข้าไปกวาดต้อนในโพรงปากหวาน ผ่านไปหลายนาทีถึงได้ผละออกมาอย่างอ้อยอิ่ง 

“เป็นปลื้ม”  

เมื่อถูกเรียกปลื้มก็กะพริบตามองแล้วรอฟังในสิ่งที่อีกคนจะพูด  

“เธอคบกับเฮียได้ไหมครับ” 

“……” 

“ได้ไหม คบกับเฮียนะครับ”  

เมื่อภามขอร้องอย่างอ้อนวอน ปลื้มก็หลุบตามองต่ำแล้วเม้มปากแน่น ซึ่งนั่นก็ทำให้คนที่อยู่ด้วยกันมานานรู้ได้ทันทีว่าท่าทางหนักใจนี้มันหมายความว่ายังไง  

“ทำไมเธอถึงเป็นอย่างนี้ทุกทีเลยนะเป็นปลื้ม” 

“เฮียภาม…” 

“การรับรักเฮียมันยากมากขนาดนั้นเลยเหรอ เฮียยังดีไม่พอสำหรับเธอ หรือว่าเธอไม่เคยรักเฮียเลยกันแน่ เพราะแบบนั้นตลอดเวลาที่ผ่านมาเธอถึงได้เอาแต่เลี่ยงอยู่ตลอด”  

ปลื้มส่ายหน้าเป็นพัลวันทันทีที่อีกฝ่ายกำลังเข้าใจตัวเองผิด  

ภามไม่ได้ไม่ดีพอ แล้วเขาก็รักภามเหมือนกับที่ภามรักเขา เพียงแต่มันยังมีสิ่งที่ติดค้างอยู่ในใจเขา ดังนั้นเขาจึงไม่สามารถตอบรับคำขอของภามในตอนนี้ได้  

“ที่เธอเคยบอกว่ารัก…เธอพูดจริงใช่ไหม” 

“ทำไมเฮียถึงคิดว่าผมพูดไม่จริงล่ะ” 

“ก็เธอ…” 

“เฮียอาจจะคิดว่ามันง่ายนะ แต่สำหรับผมมันยากมากกับการรับรักเฮียตอนนี้…มันยากสำหรับผมจริง ๆ”  

ปลื้มมองคนโตกว่าขอบตาร้อนผ่าว คาดว่าแค่เพียงกะพริบตาหยาดน้ำใสคงไหลลงมาแน่นอน  

“มันยังไม่ใช่ตอนนี้ เฮียเข้าใจผมใช่ไหม ผมไม่ได้ไม่รักเฮีย แต่ว่า…” 

“เรื่องเดิม?”  

ปลื้มเม้มปากแล้วพยักหน้ารับ  

“เมื่อไหร่เธอจะหลุดออกมาจากเรื่องนี้สักทีนะเป็นปลื้ม เธอจะติดใจอะไรกับเรื่องที่เฮียซื้อเธอมานักหนา ทำไมไม่สนใจที่ความรู้สึกของเฮียที่มีต่อเธอบ้าง ช่วยสนใจแค่เรื่องที่เฮียรักเธอได้ไหม” 

“ก็ผมไม่อยากให้เฮียมีแฟนเป็นเด็กขายไง ถึงเฮียจะไม่ติดใจอะไรเรื่องนั้น แต่มันติดใจผม…มันติดอยู่ที่ใจของผมตลอด ผมเป็นคนที่ถูกซื้อขายมาราวกับสินค้าไม่ใช่คน ผมไม่อยากไปต่อกับเฮียทั้งที่ยังหลุดออกจากคำว่าเด็กขายไม่ได้ ผมไม่อยากให้เฮียรู้สึกอายคนอื่น ถึงคนอื่นเขาจะไม่รู้ แต่เรารู้อยู่แก่ใจ ฮึก! ผมไม่อยากได้ชื่อว่าเป็นเด็กขายแล้วเฮีย” 

 

 

 

คุยกับ มินิ 

ถ้าชีวิตมันง่าย ก็ไม่ใช่นิยายเรื่องภามเป็นปลื้ม

รู้เลยว่าเรื่องนี้ใครไม่น่าไว้ใจสุด ใช่…เก๊าเองงงง ดราม่าสุดท้ายแล้ว เพราะใกล้จะจบแน้ววว ตอนหน้าก็เคลียร์แล้ววิ ไม่มีใครเสียย้ำตาหรอก จริงจริ๊งงงง

เหมือนหลอกมาดูเขาหวานกันแล้วเอาบอระเพ็ดยัดปากแทนป๊อบคอน 555555555555

#ภามเป็นปลื้ม 

 

คอมเมนต์

Chapter List