ภูพิงค์เคียงตฤณ ตอนที่ 6

Reader Settings

Size :
A-16A+

ตอนที่ 6 ข้อเสนอของมาเฟีย

 

“จอดข้างหน้าเลยครับคุณลุง”

 

ชมพูเอ่ยบอกกับคุณลุงวินมอไซค์ที่ขับรถมาจากหน้าปากซอยมาส่งเขาที่หน้ารั้วคฤหาสน์สีทอง ปกติหากเป็นเวลากลางวันชมพูก็เดินเข้ามาเองได้ แต่ตอนนี้เป็นเวลาสองเกือบจะสามทุ่มแล้วจึงทำให้ทางเดินเข้ามาค่อนข้างเปลี่ยว อีกทั้งในซอยนี้ก็มีเพียงคฤหาสน์ใหญ่โตหลังนี้หลังเดียวเท่านั้น

 

 

 

คนตัวเล็กตั้งใจจะเดินไปทางเรือนคนใช้ด้านหลัง แต่สายตาคู่สวยเหลือบเห็นเหมือนมีแสงไฟในคฤหาสน์หลังใหญ่น่าจะลืมปิดอีกแล้ว สงสัยพี่เหว่าจะลืมปิดไฟอีกแน่ๆเลย หากป้านวลรู้คงไม่วายถูกบ่น เพื่อความสบายใจทั้งสองฝ่ายชมพูจึงตั้งใจจะไปปิดให้

 

บรรยากาศห้องโถงของคฤหาสน์เงียบสงัดเพราะทุกคนเข้านอนกันหมดแล้ว ส่วนพวกบอดี้การ์ดจะไม่ได้รับอนุญาตให้เข้ามาข้างในและดูแลความเรียบร้อยแค่ภายนอกเท่านั้น จะมีก็แต่ป้านวลพี่เหว่าและชมพูที่สามารถเดินเข้าออกได้

 

ในห้องโถงมีไฟส่องสว่าง ก่อนจะได้ยินเสียงกุกกักอยู่ภายในห้องครัว เสียงนั้นดังถี่ขึ้นเรื่อยๆเหมือนคนข้างในกำลังค้นหาอะไรบางอย่าง

 

 

 

“หรือจะเป็นขโมย”

 

คิดได้ดังนั้นคนตัวเล็กจึงย่องไปทางห้องเก็บของใต้บันไดก่อนจะคว้าได้ไม้เบสบอลมา สองขาเรียวค่อยๆย่ำเดินไปทางด้านหลัง ก่อนจะเห็นแผ่นหลังของคนที่คิดไปเองว่าเป็นขโมย

 

“หยุดนะ”

 

“…”

 

 

 

ปึก!

 

 

 

สิ้นเสียงขู่เหมือนแมวคนที่กำลังเปิดลิ้นชักค้นหาของก็หันกลับมาก่อนจะโดนไม้เบสบอลฟาดไปที่หัวอย่างแรงจนคาดว่าหัวของมันน่าจะแตก แต่กลับไม่ได้ยินเสียงร้องเจ็บปวดของโจรร่างใหญ่ตรงหน้าเลยสักนิด

 

 

 

 

 

“นี่มันเรื่องอะไรกัน!”

 

น้ำเสียงทุ้มดังตวาดลั่นทำเอาชมพูขนลุกซู่ แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังสั่นสู้สุดชีวิตยกไม้ขึ้นสูงเหนือหัวขู่ฟอดๆเหมือนแมว แสงไฟสลัวที่สาดส่องมาจากไฟทางเดินทำให้เห็นใบหน้าคนร้ายไม่ชัดนัก เพราะงั้นอาจจะต้องทำให้มันสลบแล้วค่อยไปตามคนมาช่วย 

 

ความคิดยิ่งใหญ่ทั้งที่ตัวเองก็ตัวเล็กจิ๊ดเดียว

 

 

 

ปึก!

 

 

 

ร่างสูงตรงหน้าคว้าไม้เบสบอลให้มือพร้อมกับขบกรามจนเส้นเลือดข้างขมับปูดโปน

 

 

 

เคร้ง!

 

 

 

เพียงแค่กระชากด้วยมือข้างเดียวก็สามารถแย่งไม้ในมือไปจากคนตัวเล็กได้ก่อนจะทุ่มมันลงพื้นด้วยความโกรธจัด เสียงวัตถุดังสนั่นห้องครัวทำเอาชมพูหัวใจเต้นเร็วเขาคิดว่าอาจจะถูกทำร้ายได้

 

 

 

พรึบ!

 

 

 

“จะหนีไปไหน!”

 

ข้อมือขาวถูกคว้าและบีบเอาไว้อย่างแรงจนชมพูรู้สึกเจ็บจนน้ำตาจะไหล ไม่คิดว่าความรู้สึกกลัวจะย้อนกลับมาอีกครั้ง ถึงแม้จะตะเกียกตะกายดิ้นแค่ไหนก็ไม่สามารถหลุดออกจากพันธนาการนี้ไปได้แถมยังถูกลากออกจากห้องครัวไปตามทางเดินและมาหยุดอยู่ที่กลางห้องโถงขนาดใหญ่ที่เปิดไฟสว่างจ้า

 

 

 

“คะ คุณตฤณ”

 

ในตอนนั้นเองที่ดวงตากลมโตสุกใสของชมพูต้องเบิกกว้าง ผู้ชายร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อคลุมสีกรมท่าปักไหมทองลายมังกรยืนขบกรามเอาไว้แน่น ที่ศีรษะมีเลือดสีแดงสดไหลลงมาอาบที่ข้างขมับแต่สีหน้าเรียบเฉยราวกลับว่าไม่เจ็บเลยสักนิด

 

 

 

มะ เมื่อกี้ชมพูเอาไม้ฟาดหัวเจ้าของบ้าน!

 

 

 

“คะ คุณตฤณ….ชม…ชม”

 

ชมพูกัดริมฝีปากตัวเองแน่นจนเลือกซิบออกมา เขาทำผิดจนไม่น่าให้อภัย คุณตฤณที่เพียงนั่งเฉยๆก็น่ากลัวอยู่แล้ว แต่ตอนนี้นัยส์ตาสีนิลหรี่มองอย่างวาวโรจน์

 

 

 

“ฉันใจดีกับนายมากเกินไปเหรอภูพิงค์!!”

 

นี่เป็นครั้งแรกที่คุณตฤณภพเรียกชื่อของคนตรงหน้า แถมยังเรียกเป็นชื่อจริงเสียด้วย ชมพูรู้สึกกลัวยามที่ถูกตวาดเสียงดัง ดวงตาร้อนผ่าวแต่ก็ต้องฝืนเอาไว้ หัวไหล่ห่อเข้าหากันยามที่ถูกคนใจร้ายบีบบ่าทั้งสองข้างเขย่าอย่างแรง จะบอกยังไงนะว่าชมไม่ได้ตั้งใจ แต่อยากดูแลคฤหาสน์หลังนี้ให้ดีเท่านั้นเอง

 

“ขะ ขอโทษชมขอโทษ ชมนึกว่าขโมย ฮึก”

 

“บ้านฉันมีบอดี้การ์ดเดินเวรตลอด24ชั่วโมง ขโมยที่ไหนมันจะกล้าเข้ามาในนี้ นี่นายโง่กว่าที่ฉันคิดนะภูพิงค์ ไอ้ที่ส่งเสียให้เรียนมาปีนึงไม่พัฒนาเซลล์สมองในหัวนายเลยเหรอ”

 

 

 

เจ็บ

 

 

 

คำพูดที่บาดลึกยิ่งกว่าการที่ถูกพ่อกับน้องด่าเช้าด่าเย็นเสียอีก ชีวิตของภูพิงค์มันไร้ค่าไร้ราคาถึงขนาดที่ใครๆก็สามารถด่าทอได้โดยไม่คิดว่าภูพิงค์คนนี้ก็มีหัวใจ มีความรู้สึก เลยใช่ไหม

 

ชมพูเป็นแค่ขยะที่ไร้ค่า

 

 

 

“ฉันพูดด้วย จะก้มหน้าทำไม!”

 

“!!!”

 

 

 

มาเฟียชะงักไปชั่วครู่ยามที่ฝ่ามือหน้าล็อคปลายคางของคนตัวเล็กให้เงยหน้าขึ้นมาอย่างไม่ทะนุถนอมและไม่อ่อนโยนเลยแม้แต่น้อย หยาดน้ำตาไหลพรั่งพรูบนใบหน้าเนียน ดวงตากลมโตไม่สามารถมองเห็นใบหน้าของคนใจร้ายอีกต่อไปเมื่อน้ำสีใสบดบังเอาไว้ทั้งหมด

 

ใจร้าย

 

 

 

“ไสหัวไปซะ ทีหลังอย่ายุ่งไม่เข้าเรื่อง”

 

“ขอโทษครับ ชมแค่กลัวว่าขโมยจะขึ้นบ้าน ชมแค่อยากฮึก ช่วยดูแล ชมขอโทษที่โง่”

 

กึก

 

 

 

ความน้อยอกน้อยใจของชมพูเอ่อล้นออกมา เขาเพียงแค่อยากปกป้องทรัพย์สินของคุณตฤณภพ มันดูโง่ในสายตาคุณเขามากเลยใช่ไหม

 

 

 

“แล้วเลือดที่หัวฉันนายจะรับผิดชอบยังไง”

 

น้ำเสียงยังคงดุดันแต่ก็ลดลงมาครึ่งหนึ่งแล้ว ตฤณภพกอดอกวางสายตาไว้ที่กลุ่มผมสีน้ำตาลเพราะคนตรงหน้าเอาแต่ก้มหน้าก้มตา

 

“เงยหน้าขึ้นมาภูพิงค์ เวลาคุยกับผู้ใหญ่ใครใช้ให้ก้มหน้ากัน”

 

ชมพูเงยหน้าขึ้นมองอีกครั้ง แต่ดันเผลอไปสบตากับคุณเขาอย่างไม่ได้ตั้งใจ ดวงตาฉ่ำน้ำล่อกแล่กไปมาราวกับไม่รู้ว่าจะผละออกจากนัยน์ตาสีนิลนั้นได้ยังไง เขาเหมือนถูกสะกดให้จ้องมองมันและถูกสาปไม่ให้หลบสายตาไปไหน พอไม่ได้มองใบหน้ามองแค่แววตานั้นมันทำให้หัวดวงน้อยๆของชมพูเต้นแรง

 

ตึกตึก

 

 

 

นี่มันอะไรกัน กลัวจนขึ้นระบบประสาทไปแล้วแน่ๆ

 

 

 

“ภูพิงค์”

 

“…”

 

“ภูพิงค์!”

 

“คะ ครับ”

 

“จะมองอีกนานไหม ไปเอากล่องทำแผลมาสิ”

 

“คะครับ”

 

สิ้นเสียงคำสั่งดึงสติของหนุ่มน้อยร่างบางกลับมาได้ ชมพูรีบก้มหน้าหลบสายตาก่อนจะรีบวิ่งย้อนกลับไปที่ห้องครัวเพื่อหากล่องยาสามัญ เขาหาแค่ครู่เดียวก็เจอแล้วเพราะชมพูแทบจะรู้ทุกซอกทุกมุมภายในคฤหาสน์แห่งนี้เป็นอย่างดี

 

พอกลับออกมาก็มองเห็นแผ่นหลังของคุณตฤณภพกำลังนั่งอยู่ที่โซฟากำมะหยี่ คนตัวเล็กสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะเดินเข้าไปใกล้ 

 

“รีบทำเข้าสิ ดึกแล้ว”

 

“คะ ครับ”

 

มือสวยเปิดกล่องทำแผลออกมา เขาหยิบสำลีมาซับเอาคราบเลือดสีสดที่ขมับออกให้อย่างแผ่วเบา คนเจ็บนั่งนิ่งเฉยแต่เป็นชมพูเสียงเองที่ขมวดคิ้วตลอดเวลายามที่สำลีสัมผัสกับผิวหนัง อย่างกับเป็นคนเจ็บเสียเอง

 

นี่คุณตฤณภพยังมีจิตวิญญาณอยู่ไหมนะ แต่ก็น่าจะมีเพราะตอนนี้ท่อนแขนเล็กของชมพูที่เฉียดไปเฉียดมาอยู่ตรงปลายจมูกโด่งของคุณเขาสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นร้อนที่เป่ารดอยู่ตลอดเวลา

 

“เจ็บนิดนึงนะครับ”

 

“…..”

 

“ซี๊ด”

 

ยามที่สำลีแต้มยาสีเหลืองเข้มป้ายลงไปบนแผลเสียงซี๊ดซ๊าดก็เกิดขึ้นอย่างไม่ได้ตั้งใจ ชมพูเผลอแสดงความเจ็บปวดแทนคนตรงหน้า โดยไม่รู้ว่าถูกสายตาคมจ้องมองราวกับว่ารำคาญเต็มทีแล้ว

 

 

 

“มันเจ็บมากนักหรือไง”

 

กึก

 

 

 

ชมพูเพิ่งรู้สึกตัว เข้าเม้มปากเพื่อเก็บเสียงก่อนผละออกมาเพื่อค้นหาพลาสเตอร์ปิดแผลหรือผ้าก็อตแต่ก็ไม่เจอ น่าจะหมดตอนที่มีคนงานขอไปทำแผลเมื่อไม่กี่วันก่อน หากจะปล่อยแผลของคุณตฤณเอาไว้ครึ่งๆกลางๆแบบนี้ก็กลัวว่าแผลจะติดเชื้อ

 

ชมพูผละออกมาก่อนจะเดินไปเก็บกระเป๋าผ้าที่เผลอวางทิ้งไว้ขึ้นมา เขาค้นหาอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเจอกับกระเป๋าสตางค์ราคาถูกของตัวเอง จากนั้นจึงเปิดออกเพื่อหยิบเอาพลาสเตอร์ปิดแผลที่อยู่ในนั้น เขาซื้อมาปิดแผลถลอกที่ข้อศอกนั่นล่ะ

 

“คือว่าพลาสเตอร์ในกล่องหมด จะเป็นอะไรไหมครับถ้าคุณตฤณจะติดอันนี้ไปก่อน”

 

ดวงตาสีนิลมองมาที่พลาสเตอร์ลายหมีแคร์แบร์สีชมพู ตรงหน้าท้องของมันเป็นรูปสายรุ้งสีพาสเทล ทำเอาคิ้วเข้มผูกกันเป็นโบ ชมพูเม้มปากมองมันและพิจารณาอีกรอบ ไม่ใช่ทุกคนจะชอบสิ่งน่ารักๆแบบนี้สุดท้ายจึงเตรียมเก็บเข้ากระเป๋ากางเกง

 

“ติดเร็วๆ”

 

“อะ เอ๋”

 

ร่างบางเบิกตากว้างพร้อมกับกระพริบแพรขนตาอย่างน่ารัก

 

“อย่าให้พูดซ้ำหลายรอบได้ไหมภูพิงค์!”

 

“ครับ”

 

ชมพูพยักหน้าก่อนจะรีบแกะกระดาษออกจากพลาสเตอร์สีสันน่ารัก จากนั้นจึงแปะมันลงบนเนื้อผิวที่ข้างขมับของคุณตฤณภพอย่างเบามือ ทั้งที่ก็เห็นอยู่ว่าคุณเขาไม่สะเทือนผิวเลยแม้แต่น้อย

 

“เสร็จแล้วครับ”

 

“….”

 

“คุณตฤณครับ”

 

เมื่อเห็นว่ามาเฟียเจ้าของคฤหาสน์พันล้านนิ่งเงียบไปคนตัวเล็กจึงพูดยิ้มอีกครั้งก่อนจะได้รับหางตาดุร้ายเหมือนเหยี่ยวมองกลับมา คุณตฤณไม่ได้พูดอะไรต่อ ร่างสูงลุกขึ้นยืนพร้อมกับก้มลงมองคนตัวเล็กกว่าตรงหน้า

 

“ทำไมเพิ่งจะกลับ”

 

“คือว่าชมไป-“

 

“อย่าลืมว่านายเป็นลูกหนี้ฉันอยู่ เพราะฉะนั้นอย่าทำอะไรตามอำเภอใจ มัวแต่เที่ยวเล่นกลับบ้านดึกดื่นแบบนี้”

 

“คือว่าชม”

 

“อย่าเถียง ที่ฉันพูดไม่เข้าใจตรงไหนหรือไง ถ้าอยากเป็นอิสระทำอะไรตามอำเภอใจก็เอาเงินสิบห้าล้านมากองตรงนี้ แล้วจากนั้นนายจะไปไหนก็เชิญ”

 

คำพูดถูกกลืนหายกลับเข้าไปในลำคอ ชมเพียงแต่อยากจะอธิบายว่าเขาเปลี่ยนเวลาทำความสะอาดบ้านจากที่ต้องทำหลังเลิกเรียนเป็นทำในช่วงตีสามถึงตีห้าแทน เพื่อที่จะได้ไปทำงานพิเศษต่อ แต่ดูเหมือนอธิบายไปก็ไร้ประโยชน์ ในเมื่อเจ้าของบ้านมองเขาเป็นแบบอื่นไปแล้ว

 

 

 

“ชมจะรีบหาเงินมาใช้คืนคุณตฤณให้เร็วที่สุดครับ”

 

ถึงแม้ชาตินี้ไม่รู้จะหาเงินจำนวนมหาศาลนั้นได้หรือเปล่าแต่เขาจะพยายามหามันมาให้ได้ อย่างน้อยต้องมีสักวันหนึ่งที่เขาจะได้ออกไปโบยบินอย่างอิสระ

 

 

 

“หึ อวดดี แต่มีอย่างหนึ่งที่นายสามารถทำได้ตอนนี้ และถ้าทำได้ดีนายก็จะเป็นอิสระได้เร็วขึ้น”

 

ชมพูเงยหน้ามองคนตรงหน้าอย่างมีความหวัง แววตาเป็นประกายเห็นได้ชัดว่าเขานั้นดีใจมากแค่ไหน เขาเฝ้ารอให้คุณตฤณภพเอื้อนเอ่ยอย่างใจจดใจจ่อ จะให้เขาไปทำงานหนักตรากตรำหรือต่อให้หนทางยากแค่ไหนเขาก็ยอมทำ

 

“นอนกับฉัน”

 

“!!!!”

 

หนุ่มน้อยร่างบางในชุดนักศึกษาดวงตาเบิกกว้าง เขาจ้องมองสบแววตาของคุณตฤณภพ ชายหนุ่มตรงหน้าเขายกยิ้มมุมปากหยามเหยียดก่อนจะหมุนตัวเดินขึ้นไปบนบันไดคฤหาสน์

 

“หึ ตัดสินใจได้แล้วก็ตามมา”

 

 

 

 

 

 

 

*****

คอมเมนต์

Chapter List