ส่งเอไอมาปลอบโยน ตอนที่ 10

Reader Settings

Size :
A-16A+

โปรแกรมที่ 10 : เด็กในวันวานที่เคยเฝ้ามอง บัดนี้โตเป็นหนุ่มแล้ว

โปรแกรมที่ 10 : เด็กในวันวานที่เคยเฝ้ามอง บัดนี้โตเป็นหนุ่มแล้ว 

#พาร์ทบรรยาย

 

เด็กคนนั้น มักทำอะไรที่ให้ผมเหวอได้ทุกครั้ง อย่างเช่นตอนนี้ ที่เขากำลังยื่นหน้าเข้ามาใกล้จอ เพื่อมองหาอะไรสักอย่าง

(พาร์ท คุณมองเห็นผมมั๊ย) 

เห็นสิ เห็นเต็มตา หน้าคุณใกล้ไปแล้ว ผมว่าเขาในใจ และนี่คือฟังก์ชั่นใหม่ ที่ผมใส่เข้าไปในแอพพลิเคชั่นตัวเก่งของผม ที่มักจะใช้เป็นตัวกลางสื่อสารกับเขา จากวันนั้นที่ผมสารภาพรักกับเขา ก็ผ่านมาเกือบสองอาทิตย์ เซฟ ดูสดใสขึ้น จนเกือบจะกลับมาเป็นปกติเหมือนตอนเด็กๆ เด็กขี้แย แต่กลับมีรอยยิ้มที่ส่องสว่างให้กับคนที่ได้เห็น

“เห็นสิ หูแมว” สติกเกอร์มาสคอตแต่ละลวดลายที่ใส่เข้าไปในโปรแกรมทำให้คนตรงหน้าดูน่ารัก และเขาเองก็สามารถเลือกสติกเกอร์ให้ผมได้เช่นกัน

(คุณเป็นรูปกระต่ายน่ะพาร์ท น่ารัก) 

“คุณดูชอบนะ”

เพราะเขาเลื่อนเปลี่ยนไปเรื่อยๆ ภาพที่แสดงผลบนหน้าจอของเซฟ เลยแสดงให้ผมเห็นด้วยเช่นกัน ยิ่งมาหยุดอยู่สติกเกอร์หัวล้านมีกระบนหัว เจ้าตัวก็ขำออกมายกใหญ่

(คุณกลายเป็นตาแก่ไปแล้ว) 

“ใจร้าย”

(ก็ได้ๆ ผมจะแต่งให้หล่อเอง) 

“หึ”

สนุกเขาละ ยิ่งมีฟังก์ชั่นใหม่ๆมาให้ เขาจะเพลินกับมันทั้งวัน จนผมต้องคอยเตือนว่าได้เวลาทานข้าวบ้างละ ไปอาบน้ำก่อนบ้างละ จะว่าไปแอพนี้ก็คล้ายๆเกมจีบหนุ่มเวอร์ชั่นแชท เพราะงั้นก็…จัดการตัวผมเยอะๆนะเซฟ 🙂

“คุณทำอะไรน่ะ”

(หืม) 

ช่วงหลังๆเซฟมักจะยุ่งกับโทรศัพท์เครื่องใหม่ของเขา จนลืมผมไปบางช่วงก็มี ผมเป็น Aiที่มีความรู้สึกนะ อย่าสนใจใครมากกว่าผมสิ

(ผมเล่นเกมอยู่น่ะ) 

“เกมอะไร?”

(หึหึ) 

เอาแต่ขำไม่เฉลยสักที ผมพยายามยื่นหน้าเจ้าไปดูใกล้ๆ แต่ผลลัพธ์ที่ได้ก็แค่เห็นเขาถือโทรศัพท์เท่านั้นเอง

(อยากรู้หรอ?) 

อย่ามายิ้มยียวนนะเซฟ

(ผมบอกก็ได้นะ ถ้าคุณตอบคำถามผมได้) 

“เอาสิ ผมเป็นAiอัจฉริยะนะ ไม่มีอะไรที่ผมตอบไม่ได้หรอก”

ผมว่าอย่างอวดภูมิเล็กๆ เขายิ้มกริ่ม ก่อนจะชะโงกหน้าเข้ามาใกล้อีกครั้ง และถามเป็นคำถาม

(คุณรู้จัก ‘เซเรฟ’ มั๊ย?) 

“รู้จักสิ” ก็เขาเป็นตัวอวตารที่ผมกับทีมช่วยกันสร้าง

(คุณรู้จักรูทสุดท้ายในชื่อ ‘Save The End’ หรือเปล่า?) 

“รู้สิ มันอยู่ตอนสุดท้ายในแอพ Part’Ai …” ผมรีบมองหน้าเขาเหมือนพยายามจับอาการ “เซฟ ฟังผมก่อน” ผมว่าอย่างลนลาน การที่เขาเอ่ยชื่อพวกนี้ คือเขาได้โหลด แอพ Part’Ai ตัวปกติมาเล่น และจะรู้ได้ทันทีว่า ผมในแอพลิเคชั่นที่เขาถืออยู่นั้น ‘มีตัวตน’ 

(ผมรอจนคุณเฉลยไม่ไหวหรอกนะ พาร์ท ไม่สิ….) 

(พี่พาส) 

 

นี่เขารู้มากขนาดไหนกัน?

(ยิ่งลองเล่นจนถอดรูท ผมก็ยิ่งมั่นใจ) 

(ว่าพี่ไม่มีทางเฉลยกับผมแน่ๆ) 

(ถ้าผมไม่รู้มาก่อน ผมก็คงคิดว่า พาร์ทไม่มีตัวตน) 

 

“เซฟคือพี่…” 

(พูดทางนี้มันไม่ถนัด มาพบผมได้มั๊ย ให้ผมพูดผ่านตัวจริงได้หรือป่าว?) 

 

สถานที่ที่เซฟนัดเจอผมในเช้าวันเสาร์คือ ห้างสรรพสินค้าใกล้บ้านเขา เป็นที่ๆผมได้สารภาพรักกับเขาไปครั้งแรก เวลานัดของเราคือ 10 โมงเช้าก็จริง แต่ผมก็ไม่คิดว่า เซฟจะมาไว เขาให้ผมไปเจอที่ห้างโดยไม่ต้องมารับเขาที่บ้านเหมือนทุกที ใบหน้ายังคงสดใสเหมือนปกติ ไม่ได้มีความกังวลอยู่เลยสักนิด กลับเป็นตัวผมเองมากกว่าที่เอาแต่คิดไม่ตกว่าเขาจะโกรธมั๊ย สำหรับการปิดบังตัวตนและเข้าหาเขาผ่านตัวอวตาร

“รอนานมั๊ย”

“ไม่ครับ ก็ผมนัดพี่ 10 โมงนี่นา” เขารออยู่ใน Mc แถวลานจอดรถด้านล่าง เขานัดผมไว้ที่นั่น เพราะห้างยังไม่เปิด พวกเรามาก่อนเวลา

“เข้าเรื่องเลยมั๊ย”

“พี่ดูตื่นเต้นกว่าผมนะ” เขาขำเล็กน้อย ผมนั่งลงฝั่งตรงข้ามกับเซฟ แอบเห็นว่าเขาสั่งเบอร์เกอร์มาสองชิ้นแต่ยังไม่ได้แกะ น้ำก็ยังไม่พร่องเลยสักนิด “ทานกันก่อนก็ได้ครับ ผมซื้อมาเผื่อ”

“อืม” ผมรับมาเมื่อเขายื่นส่งให้ เซฟเป็นคนทานไว จนทำให้ผมที่ปกติทานช้ามักจะต้องเร่งสปีดตัวเองเพื่อให้ทานหมดพร้อมเขาอยู่บ่อยๆ เขาดูดน้ำขณะที่จ้องมองผมไปด้วย ท่าทางสบายๆของเขาทำให้ผมรู้สึกกดดันมากกว่าปกติด้วยซ้ำ

“พี่กลัวอะไรน่ะ ผมเห็นพี่ลุกลี้ลุกลนมาตั้งแต่เมื่อกี้” เขาว่าติดตลก

“เฮ้อ นี่รู้ถึงไหนแล้ว”

“ถามแบบนี้ พี่ปิดผมหลายเรื่องหรอครับ หืมม” ยื่นหน้าเข้ามาใกล้ทำไม ผมเบี่ยงตัวหลบใบหน้าทะเล้นตรงหน้าที่ยังคงยิ้มอย่างเป็นต่อ “ผมรู้ความลับของ ‘พาร์ท'” 

“ความลับ?”

“ใช่ครับ ก็พี่ปิดบังตัวตนกับผม ก็ต้องเป็นความลับสิพี่พาส” 

“อ่อ”

“พี่จำวันที่เราไปซื้อโทรศัพท์ด้วยกันได้มั๊ย”

“อืม” จำได้สิ ทั้งๆที่ของเขายังใช้งานได้ดี แต่เจ้าตัวดันจะซื้อเครื่องใหม่ ผิดกลับนิสัยส่วนตัวที่ไม่ค่อยจะใช้เงินฟุ่มเฟือย “นี่คือซื้อไปเพื่อโหลดแอพนั้นมาใช้?”

“ครับ” เขายิ้มรับ ยกแก้วตรงหน้าขึ้นมาดูดอีกครั้ง ยังไม่หมดอีกหรือไงนะ “ผมแค่อยากรู้ว่า Part’Ai ที่คนทั่วไปใช้ แตกต่างจากที่ผมใช้ยังไง”

“แสดงว่า เรารู้มานานแล้วหรอ?”

“ก่อนวันนั้นหนึ่งวัน จำวันที่มาห้างนี้หลังการแข่งได้ไหมพี่พาส”

“อืม จำได้” ผลการแข่งออกแล้วเช่นกัน กลุ่มเขาผ่านเข้ารอบ และต้องมาศึกษางานในบริษัทของผมเป็นเวลาสามเดือน ส่วนกำหนดการยังไม่ออกรายละเอียด “เราแยกกันตอนหัวค่ำ เซฟก็ไม่ได้มีท่าทีอะไรนี่” ถามพลางนึกย้อนไป หรือไปทำอะไรให้เขาจับผิดได้ตอนอยู่บริษัทหรือป่าว

“ตอนแยกกันนั่นละพี่พาส” เขายิ้ม ไม่ได้มีท่าทีโกรธหรือไม่พอใจอะไรกับเรื่องนี้ “ผมยืนรอรถเมล์อยู่ ได้ยินเสียง ‘พาร์ท’ ดังขึ้นในแบบฉบับที่คุ้นเคย แผ่นหลังก็คุ้นตา บอกตามตรงตอนนั้นก็สับสนไปเหมือนกัน ที่อยู่ๆก็กลายเป็นคนใกล้ตัวขนาดนี้ พี่ก็รู้ตอนอยู่กับพาร์ท ผมเป็นตัวของตัวเอง พูดคำหยาบ พูดไม่คิด มีอะไรก็พูดๆๆ บางครั้งงี่เง่าใส่ก็หลายครั้ง กับเรื่องของพี่ผมยังคงบ่นให้พาร์ทฟังเลย” เขารู้มาสักพักเลยนะเนี่ย จำได้วันนั้นเขาเล่าเรื่องของผมให้ตัวผมในระบบ Ai ได้ฟัง ว่าอยู่ๆพี่ข้างบ้านก็บอกว่าจะจีบ จะจีบเนี่ยนะ! เล่นเอาเซฟเสียศูนย์และออกอาการเขิน แต่ผมที่ฟังอยู่กลับรู้สึกดีและมีความหวัง

“เราไม่ได้โกรธใช่มั๊ย?” ผมถามเขาในที่สุด นี่คือเรื่่องที่ผมกังวล

“ถามว่าโกรธมั๊ยคงไม่หรอก แต่ไม่เข้าใจมากกว่า ทำไมถึงไม่บอกกับผม ตอนแรกผมก็ไม่เข้าใจ แต่ว่านะ” เขาหยิบโทรศัพท์เครื่องใหม่ขึ้นมา ยังคงเปิดแอพลิเคชั่นที่ผมเป็นคนสร้างค้างเอาไว้อยู่หน้ารูทสุดท้ายของระบบ หน้าที่ว่า ‘Save The End’ บทส่งท้ายที่กล่าวถึงคนในชื่อ เป็นถ้อยคำที่ผมเขียนโปรแกรมส่งต่อให้เขาแต่เกิดป๊อดขึ้นมา ข้อความเหล่านั้นยังคงแสดงผลต่อบุคคลที่เล่นจนถึงรูทสุดท้าย ยกเว้น ‘เขา’

 

Save The End 

ช่วยจนถึงที่สุด 

แม้ว่าหนทางที่ได้จะแตกต่าง 

ขอแค่สามารถเรียกความสดใสและรอยยิ้ม 

 

ข้อความไม่ได้ยาวอะไรมาก คนอื่นอาจมองว่ามันเป็นข้อความที่มีถึงตัวละครในเกม คงมีแต่เจ้าตัวและตัวผมนั่นละ ที่รู้ความหมายแท้จริงที่ซ่อนอยู่ในเนื้อหา จริงๆแล้ว Part’Ai เป็นเกมจีบหนุ่ม ที่แตกต่างจากของเซฟตรงที่มีเนื้อเรื่องประกอบ มีตัวเลือกแสดงเพื่อที่จะได้ถอดรูทไปทีละสเต็ปเหมือนเกมทั่วๆไป แต่รองรับฟังก์ชั่นที่สามารถ แชท โทร และวีดิโอคอลกับตัวละครในเกม ร่วมด้วยตัวโปรแกรมที่ถูกฝังไปยังสมาร์ทโฟน ที่สามารถดึงตัว ‘อวตาร’ ออกมาทำอะไรก็ได้ เช่น เฝ้าหน้าจอ บอกทางผ่านGPS อ่านหนังสือให้ฟัง และอีกหลายๆอย่างที่รองรับ เรียกได้ว่าครบครัน เป็นเพื่อนยามเหงาที่ออกแบบมาสำหรับ ‘คนขี้เหงา’ โดยเฉพาะ

 

“ตัวละครเซเรฟ ถ้าผมไม่ได้คิดไปเอง มันคือตัวผมสินะ” 

“…”

“ทั้งเรื่องอกหัก และตัวเอกของเรื่องอย่าง ‘พาร์ท’ ไม่ว่าจะถอดกี่รูท อวตารตัวอื่นก็ไม่สามารถคู่ได้ คือพี่กำหนดให้พาร์ทต้องคู่กับเซเรฟตั้งแต่แรก ผมเข้าใจถูกหรือเปล่า?”

“อืม เราเข้าใจถูกแล้ว” ผมว่าอย่างยอมจำนนต่อทุกๆอย่าง เกมที่เอาต้นฉบับในชีวิตจริงมาใช้ ‘เซเรฟ’ กำลังมองมาที่ผม ไม่ได้มีความครุ่นเคืองใดๆ “ถามอีกครั้งนะเซฟ ไม่ได้โกรธพี่ใช่มั๊ย พี่ไม่ได้มีเจตนาไม่ดีนะ อย่างที่เคยบอก …”

“เดี๋ยวครับ” เขาเอื้อมมาปิดริมฝีปากของผมด้วยนิ้วเรียว รอยยิ้มยังคงประดับอยู่บนนั้น “ที่ผมเรียกพี่มา ไม่ได้จะเรียกมาว่า หรือโกรธนะ ผมแค่อยากขอบคุณอย่างเป็นทางการ ขอบคุณที่เป็นพี่ ขอบคุณที่เข้ามา ผมไม่รู้หรอกนะว่าพี่รู้มั๊ย แต่ผมอยากบอกให้รู้ว่าครั้งนึง ‘พี่ได้ช่วยผมไว้’ ไม่สิ จนกระทั่งถึงตอนนี้ พี่ได้ช่วยผมเอาไว้มากมายจนนับไม่ถ้วนเลยล่ะพี่พาส”

“….”

“พี่ลองคิดตามนะ ถ้าตอนนั้นแอพที่ผมเล่นเป็น Part’Ai ธรรมดา ผมจะยังยืนอยู่ตรงนี้มั๊ย ยืนยิ้มให้พี่ได้อยู่แบบที่เป็นตอนนี้หรือป่าว ถ้าพี่เป็นพาร์ท พี่คงรู้มาก่อนแล้ว ว่าคนอย่างผมเอง ก็เคยมีความคิดที่ไม่อยากจะ ‘มีชีวิตอยู่'” เรื่องที่ทำให้คนที่สดใสเลือกเส้นทางชีวิตผิดๆคงหนีไม่พ้นเรื่องของ ‘ความรัก’ เรื่องของพอสและเซฟทำให้ครั้งหนึ่งผมเคยตัดใจ เพราะเห็นแก่รอยยิ้มที่สดใสของเด็กขี้แยคนหนึ่ง

.

.

‘พี่พาสรู้จักเด็กข้างบ้านคนนั้นมั๊ย’ 

‘เด็กที่พี่พาสชอบเล่าให้แม่ฟังบ่อยๆว่าขี้แยอย่างนั้น อย่างนี้’ 

‘เขาเป็นเพื่อนในโรงเรียน บังเอิญชะมัด เราเรียนห้องเดียวกัน’ 

พอส ลูกชายคนเล็กของแม่ที่มักจะมาอวดอ้างเรื่องราวต่างๆกับผมเสมอ แต่ผมก็ทำเพียงแค่รับฟังและปล่อยทุกอย่างให้เลยผ่านไป

 

‘เด็กนั่นน่ารำคาญเป็นบ้าเลยแม่ อย่างกับลูกแหง่’ 

‘ไม่รู้พี่พาสสนใจอะไรนัก เห็นวันนี้ก็ไปยืนซ่อมกล่องบ้าๆบอๆ’ 

ฐานลับที่เด็กน้อยขี้แยในวัยเด็กชอบมุดเข้าไปเล่น ไปคุยกับคุณต้นไม้เป็นประจำ เด็กนั่นโตแล้วขึ้นมอ.ปลายเป็นปีแรก แต่ก็ยังจะเล่นอะไรแปลกๆ

 

‘พี่พาสๆ พี่ชอบเจ้านั่นใช่มั๊ย?’ 

‘ใคร’ 

‘ไอ้เด็กข้างบ้าน ที่พี่มักจะไปเล่นกับมันบ่อยๆ’ 

‘…’ 

‘พี่ก็เป็นซะแบบนี้ น่าหมั่นไส้ชะมัด คิดว่าเป็นลูกคนโตที่แม่รัก เป็นลูกที่อยู่ในทะเบียนแล้วจะไม่กล้าทำอะไรหรือไง!’ แค่คิดว่ามันโวยวายของมันปกติ เหตุการณ์ที่ชักพาความวุ่นวายมาให้ต่อจากนี้ เสมือนรอยร้าวที่ไม่สามารถหลอมมันให้กลับมาได้

.

.

นั่นเป็นช่วงเวลาที่พายุกำลังก่อตัว

‘เซฟชอบพอสนะ’ 

‘อื้ม เคยบอกแล้ว’ 

‘พอสอยากได้อะไร’ 

‘เซฟก็รู้นี่ แต่เซฟไม่ให้พอสสักที’ 

‘รออีกนิดนะพอส เซฟแค่ต้องการเวลาและความพร้อม พอสเป็นคนแรกของเซฟนี่นา’ 

บทสนทนาที่ผ่านเข้าหูโดยที่ไม่จำเป็นต้องแอบฟัง ดูก็รู้ว่าพอสมันตั้งใจพูดดังๆให้ผมที่ยืนรดน้ำต้นไม้อยู่ข้างบ้านได้ยิน เด็กขี้แยในวันวานโตขึ้น และมีสเน่ห์ขึ้นมาก เป็นคนที่ยิ้มสดใสเหมือนที่เคยเป็น ยิ่งเวลามีความรัก เหมือนตัวเขาจะเปล่งประกายจนเป็นสเนห่์บางอย่าง

ความคิดที่ว่า ‘พอส’ ไม่จริงจังและอยากเอาชนะเหมือนทุกทีค่อยๆหายไป เมื่อจากหนึ่งเดือน เป็นสองเดือน จวนจนเก้าเดือน คือช่วงเวลาที่ทั้งสองคบกัน นั่นเป็นเหตุผลที่ทำให้ผม ‘ตัดใจ’ ด้วยวัยที่โตกว่า และอายุที่ห่างกันรอบปี ผมได้แต่หวังว่า ‘น้องชายต่างบิดา’ คนนั้น จะทำให้ใครอีกคนมีความสุข และเป็นเหตุผลของรอยยิ้มตลอดไปก็พอ

 

.

.

 

“พี่พาส” 

“พี่พาส!”

“หะ ห๊ะ” ผมสะดุ้ง ณ.ตรงนี้ที่มีผมในวัย 35 และเซฟที่อยู่มหาลัยฯปีสอง ไม่ใช่เด็กน้อยขี้แยที่ร้องไห้กับต้นไม้ ไม่ใช่เด็กมอ.ปลายที่กำลังอกหัก แต่เป็นเด็กมหาลัยฯ ที่นั่งอยู่ข้างผมด้วยรอยยิ้มที่สดใส “โทษที พูดถึงไหนแล้ว”

“ผมแค่อยากบอกว่า ขอบคุณนะ ขอบคุณทั้งพี่พาส และพาร์ท ที่ทำให้เป็นผมในวันนี้” เขายิ้มจนผมยิ้มตาม นี่อาจเป็นความสดใสที่ผมเฝ้ามองมาตลอด และอยากให้มันคงอยู่แบบนี้ตลอดไป

 

TBC. 

 

 

 

———————————————————— 

ผู้อ่านท่านไหนถูกใจ – ฝากกดหัวใจ – กดติดตาม – เป็นกำลังใจให้ด้วยนะคะ 

 

ฝากช่องทางโซเชียลที่พึ่งเปิดใหม่ 

Twitter : วีวี่ชอบผู้ชายร้ายๆ (@YVM88) : https://twitter.com/YVM88 

Facebook : วีวี่ชอบผู้ชายร้ายๆ https://www.facebook.com/YVM218/ 

คอมเมนต์

Chapter List