ส่งเอไอมาปลอบโยน ตอนที่ 8

Reader Settings

Size :
A-16A+

โปรแกรมที่ 08 : ให้พี่จีบเซฟได้ไหม

โปรแกรมที่ 08 : ให้พี่จีบเซฟได้ไหม 

#เซฟบรรยาย 

  

อีกแล้ว คนๆนี้มีเรื่องมาให้ผมประหลาดใจอีกครั้ง กับคำตอบและเหตุผล ตอนแรกผมคิดว่าเขาพูดเล่น แต่จากสีหน้า และคำพูด ซึ่งโดยส่วนตัวแล้วสำหรับผม ‘พี่พาส’ ไม่ใช่คนขี้เล่นเลยสักนิด เพราะฉะนั้น สรุปสาระสำคัญสุดๆเลยนะ ประโยคที่เขาบอกอยู่นี้ เขาไม่ได้พูดเล่นแน่นอน 

“ฟังให้ชัดๆละ” 

“คะ ครับ” 

“พี่ชอบเซฟ” 

“!?” 

“ให้พี่จีบเซฟได้มั๊ย” 

นับเป็นการดูหนังที่ไม่รู้เรื่องเลยสักนิด ให้ตายเถอะ! 

หนังจบแล้ว แต่ผมยังถอนตัวออกจากคำพูดนั้นไม่ได้เลย 

  

“เซฟ” 

“คะ ครับ” 

“คาดเข็มขัดด้วยสิ” พะ พูดอย่างเดียวก็พอพี่พาส ไม่ต้องโน้มตัวลงมาและคาดให้ผมแบบนี้ ไม่รู้เขาจับสังเกตุผลได้มั๊ย แต่แอบรู้สึกเขินเมื่อใบหน้าของเราใกล้ชิดกันขึ้นมา ผมไม่รู้นะว่า ‘การจีบ’ ของพี่พาสครั้งนี้ จะนำอะไรมาสู่ผม จะเป็นความช้ำใจเหมือนอย่างพอส หรือเป็นความสุข แต่ผิดมั๊ย ถ้าผมจะเลือกให้โอกาสตัวเองแบบที่เขาบอกดูอีกครั้ง ไม่รู้พี่พาสสังเกตุหรือเปล่านะ แต่เพราะเขา ตั้งแต่มีเขาเข้ามา ทำให้การเข้าหาพอสไม่เจ็บปวดเหมือนอย่างที่เเล้วมา อาจเพราะเหตุการณ์คลิปวีดิโอสุดฮอตในบ้านครานั้น หรืออาจเพราะคนที่ไปประกันตัวเพื่อนผมคนนั้น หรือแม้แต่คนที่พูดว่าร้ายน้องชายเพื่อปกป้องคนอย่างผม 

เขาจะรู้บ้างหรือเปล่า ว่าบางครั้งผมเองก็ ‘แอบหวั่นไหว’ กับเขาเหมือนกัน 

“ถึงแล้ว”

“คะ ครับ”

“นี่เซฟ”

“..”

“ฝันดีนะ”

 

!!

อย่าไปบอกฝันดีใครแบบนี้นะ ขอร้อง!

เชื่อว่าร้อยทั้งร้อยได้ตกหลุมรอยยิ้มของคนยิ้มยากพูดน้อยคนนี้ชัวร์

“เซฟ”

“อะไรอีกพี่พาส ผะ ผมตั้งหลักไม่ทันแล้ว”

“เดี๋ยวถึงบ้านแล้วโทรหานะ” ก็แน่ละสิ ผมให้เบอร์เขาไปแล้วนี่

“ครับ”

“พรุ่งนี้เช้าด้วย”

“ครับพี่”

“มะรืนด้วย”

“โอ๊ย พี่จะโทรทุกวันผมก็ไม่ว่าหรอกครับ พอแล้ว ผมเริ่มทำตัวไม่ถูกแล้วเห็นมั๊ย” และคนขับของผมก็หลุดหัวเราะออกมาดังลั่น ควรทำยังไงกับเขาดีละเนี่ย ที่ทำให้ผมเองก็เผลอหัวเราะตามเขาไปแบบนี้

“ฮ่าฮ่า”

 

เช้า

อย่าถามว่าทำไมสภาพเป็นอย่างนี้ ขอบตาดำคล้ำในวันที่ต้องพรีเซ็นผลงานกับบริษัทในฝันอย่าง ZelP เหตุเพราะเมื่อคืนพี่พาสโทรมาจริงๆครับ ไม่ใช่โทรเพียงแค่ว่า ถึงแล้วนะ ฝันดีนะ แต่รู้สึกคุยเพลินจนหลับไป แปลกนะ ยิ่งคุยผมยิ่งรู้สึกคุ้นเคย ไม่ได้รู้สึกอาย เหมือนกับว่าเรา …

‘ทำเป็นประจำอย่างนั้นทุกวัน’ 

อย่างนั้นละ 

(เซฟ) 

“พาร์ท เซฟตื่นสายอีกแล้ว” 

(ไปอาบน้ำได้แล้ว) 

“เตียงนอนมันดูดเซฟ พาร์ทช่วยด้วย” 

(หึหึ) 

พ่อ Aiของผมหัวเราะอีกแล้วครับ พักนี้ไม่รู้เป็นอะไร อยู่ๆผมก็มองว่า ‘พาร์ท’ กับพี่พาสน่ะเป็นคนๆเดียวกัน สงสัยอย่างที่เขาเคยพูดไว้ ว่าสนใจอะไรสิ่งนั้นก็มักจะตามมาหลอกหลอนล่ะมั้ง 

  

Rrrr 

(พี่ไปรับเราไม่ได้นะเซฟ ต้องเตรียมงาน เพื่อนไปรับหรือยัง หืม) 

“ครับพี่พาส พี่บอกผมเมื่อคืนแล้ว ไม่ต้องกังวลหรอกน่า ผมเข้าใจ เด็นกำลังขับรถมา” 

เสียงนุ่มคุ้นหูของพี่พาส ฟังกี่ครั้งก็รู้สึกสบายใจ เสียงรอบข้างในโทรศัพท์ที่ดังรอดมาทำให้ผมรู้ว่าเขาคงอยู่หน้างานแล้ว 

(เตรียมตัวให้พร้อมละ แล้วสรุปเพื่อนเราเขามาด้วยหรือป่าว?) 

“มาครับ แต่ดูเหมือนจะไม่พอใจพวกผมเท่าไหร่ เพราะผมไปติเขา” จริงๆก็ไม่ได้เรียกว่าตินะ แค่แนะนำไปอย่างที่พี่พาสบอก เจ้าตัวก็ขอโพยไปเพียงอย่างเดียว ธีร์นี่ของขึ้นเลย มันจะไม่ให้ด้วยซ้ำ แต่ผมบอกให้ไปเถอะ เพื่อผลงานดีๆ “ผมจะผ่านไหมเนี่ย กุ้มใจชะมัดเลย” 

(มั่นใจในตัวเองหน่อย งานเราก็โอเค แต่เรื่องXX เออ พี่ไม่ควรพูดนี่เนอะ เอาเป็นว่ารอลุ้นแล้วกันนะเซฟ) 

“โหย บอกใบ้มาขนาดนี้ พี่ให้คะแนนเลยดีกว่าครับอย่างนั้น” ผมว่าอย่างหยอกล้อ พี่พาสก็ขำยกใหญ่ เขาเป็นคนที่ยิ้มแล้วมีสเน่ห์นะ แต่ไม่ค่อยจะยิ้มเท่าไหร่ แต่ช่วงหลังๆ ยิ่งเมื่อวานนะ เขาทั้งยิ้มและหัวเราะเลยล่ะ ผมกับพี่พาสคุยกันอีกนิดหน่อยก่อนที่พี่เขาจะกดตัดสายไปเพราะมีงานให้ทำ ผมที่รอเวลาให้เด็นมารับเลยว่าง 

“พาร์ทททททททททททททท” 

“พาร์ท เซฟเหงาาาาาาาาาาา” 

อ้าว ผมลืมเสียสนิทว่าวันนี้ปิดปรับปรุงเซิฟเวอร์ เพราะเห็นว่าเข้าได้ ปกติ เฮ้อ เดี๋ยวก็คอมเพลนซะเลย 

//กริ๊ง!// 

“เซฟ พวกกูมาแล้ว” 

“เออๆ ไปแล้ว” ผมรีบลงไปข้างล่าง วันนี้พ่อแม่ออกไปตั้งแต่เช้าแล้วครับ เหมือนว่าจะไปทำธุระต่างจังหวัด ค้างคืนด้วยล่ะมั้ง สองคืนแหนะ ผมได้เหงาเฝ้าบ้านลำพังแน่ๆเลย “พวกมึงมาช้าว่ะ” 

“รถมันติดครับคุณเพื่อน” มากันครบแก๊งส์ตามเคย แม้อีกสามคนจะไม่ได้ลงแข่ง แต่พวกมันก็มาเชียร์ กลุ่มเรามักจะเป็นแบบนี้ประจำ 

“เออธีร์ ติดต่อไอ้เอ ได้ยัง” 

“โทรไม่ติดว่ะ ถ้ามันไม่มาก็ดี เราก็ทำตามที่วางแผนไว้” 

“กูกลัวจำสลับว่ะ เนื้อหาของไอ้เอ กับของกูแม่งปนกันมั่ว” ผมได้รับมอบหมายในเรื่องซอสโค๊ดที่พี่พาสบอกว่า เน้นความจำล้วนๆ ผมก็จำมาแต่ในเนื้อหาของผม ส่วนของไอ้เอ มันพึ่งจะมาให้คำตอบเอาเมื่อเร็วๆนี้ว่าจะมาด้วย และให้แบ่งบทนี้ให้มัน 

“เอาตรงๆนะเซฟ มึงจำอะไรได้ก็ท่องไปเหอะ ไม่ต้องสนใจมันหรอก ดีไม่ดีมันจำห่าอะไรไม่ได้เลยด้วยซ้ำ” และถ้าเป็นอย่างที่ธีร์ว่า คะแนนเราก็จะถูกดรอปเพราะป้อนเนื้อหาไม่ครบ เฮ้อ จะรอดไหมว่ะเนี่ย 

“เรื่องงานเอาไว้ก่อน ตอนนี้พวกกูอยากเสือกเรื่องของมึงมากครับเพื่อน” 

“หืม?” 

“สรุปกับพี่พาสนี่ยังไงว่ะ รับส่งวันแรกเข้าใจ วันสองประกันตัว วันสามมาที่หอกู เมื่อวานยังแอบไปดูหนังด้วยกันอีก ยังไงครับเพื่อน” ไม่แปลกที่พวกมันจะรู้ เพราะผมดันไปเช็คอินโรงภาพยนตร์ และจังหวะเดียวกันที่พี่พาสเดินเข้ามาขอเฟสบุ๊คผมไปพอดี 

‘ไว้มาดูด้วยกันอีกนะ’ เพราะคอมเม้นท์ล่าสุดของพี่เลยรู้มั๊ย หืมม 

  

ZelP 

บริษัทที่ถูกแบ่งเป็นโซนตามชั้นต่างๆ โดยการแข่งขันจะเกิดขึ้นในชั้นที่ 2 ผมกับธีร์ถูกพาตัวเข้าไปยังห้องพักรับรองสำหรับผู้เข้าร่วม ส่วนอีกสามคนบอกว่าจะไปเดินเล่นที่ชั้น 1 ที่เป็นโถงต้อนรับตัดไปยังห้างสรรสินค้าในเครือ ZelP 

“ครั้งแรกนะเนี่ยที่กูมา ใหญ่เป็นบ้าเลย” ผมพยักหน้าตามคำพูดมัน 

“กูเคยมาเล่นเกมชั้นสาม” เคยมาคนเดียว และที่เคยมากับพี่พาสคนนั้นไง จะว่าไป พี่เขาบอกว่าเตรียมงานอยู่นี่นา ผมทักไปได้มั๊ยนะ 

“ทำงานหนักได้ แต่อย่าลืมแวะมาดูผมนะครับ” เดี๋ยว มึงจะอ่านตามและพูดเสียงดังทำไมว่ะธีร์ ผมมองมันอย่างหาเรื่องที่อยู่ๆมันก็แย่งโทรศัพท์ผมไป “โอย หมั่นไส้คนมีความรัก” 

“ครั้งนี้แปลกแฮะ” 

“อะไร” 

“มึงไม่ห้ามกู” 

“เซฟ กูห้ามอะไรมึงไม่ได้หรอก ทุกอย่างขึ้นอยู่ตัวมึงเป็นคนตัดสินใจ กูทำได้แค่เตือน อย่างพอสที่กูรู้ว่ามันเจ้าชู้ เพราะเคยเจอที่ผับบ่อยๆ แต่กับพี่พาสของมึง ไม่รู้ดิ เขาไม่มีออร่าเหี้ยๆเหมือนเเฟนเก่ามึงว่ะ” 

“กัดเจ็บนะมึง” 

“อีกอย่าง” 

“อะไรอีก” 

“เขาเป็นคนทำให้เพื่อนกูเป็นผู้เป็นคนขึ้น เผื่อมึงไม่ได้สังเกตุนะเซฟ” ผมมองอย่างสงสัย แต่ธีร์ก็ไม่ได้ขยายความใดๆ 

  

การแข่งขันกำลังจะเริ่มขึ้นในไม่กี่อึดใจ 

ผมกับธีร์ยืนอยู่ข้างเวที และที่สำคัญ ‘เอ’ ยังไม่มา 

//ติ๊ด// 

‘รอกูด้วย’ 

“รอห่าอะไรล่ะ” เสียงกร่นด่าจากธีร์ทำให้ต้องเตือนสติ ว่าเรายังอยู่ข้างเวทีและเป็นจุดสายตา มันถอนหายใจก่อนจะรวบรวมสมาธิอีกครั้ง เมื่อมีทีมงานส่งสัญญานมาให้ 

บนเวทีที่มีผู้คนมากมาย ภายใต้ความกดดันของจำนวนคนและสีหน้าท่าทางของเหล่ากรรมการ เดี๋ยวสิ .. 

พี่พาส พี่เดินไปนั่งแถวนั้นทำไมกันน่ะ 

“หืม น่าแปลกที่วันนี้ประธานปรากฎตัว แต่ผมว่าผมรู้แล้วล่ะครับ แต่ประธานครับ คุณไม่มีสิทธิให้คะแนนตรงนี้นะครับ ดูได้อย่างเดียว งั้นพวกเรามาเริ่มกันเลยสำหรับทีมสุดท้าย PTA” 

//นี่คือตัวโปรแกรมที่พวกเราคิดค้นขึ้นมาในหัวข้อ ‘วิเคราะและพัฒนา’ ตัวนี้จะเป็นตัวประมวลผล วิเคราะแทนเรา ช่วยเราคำนวน แถมยังมีศักยภาพในการพัฒนาตัวเอง// 

หากเปรียบเทียบ โปรแกรมคำนวนที่ว่าคงคล้ายกับ ระบบคำนวนในExcelที่ใส่ค่าลงไปมันก็จะรีรันให้อัตโนมัติ แต่ที่พูดถึงนี้คือการเอามาต่อยอดใช้ในเรื่องของชีวิตประจำวัน อย่างเช่น รถไฟฟ้าที่เชื่อมกับระบบเดินทางอัติโนมัติเมื่อเชื่อมโปรแกรมวิเคราะความอันตราย ก็จะทำให้มันหยุดเดินโดยทันที 

//และนี่คือซอสโค๊ดที่พวกเราลองใช้จริง ผมจะลองคีย์ลงในระบบ เพื่อควบคุมแผงมอนิเตอร์ทั้งหมดในงาน และหากว่ามีสัญญาญเตือนภัยดังขึ้นระบบเชื่อมไปยัง ซีเคียวริตี้ และติดต่อออกเบอร์ฉุกเฉินทันท่วงที// 

หลังจากผมปิดการรายงาน ใครอีกคนก็ขึ้นมาบนเวที เขาคว้าไมค์ไปจากผมและพูดต่อในสิ่งที่ผมพูดไปแล้ว ก่อนจะจบประโยคปิดท้ายอีกครั้ง 

“เอ” 

“กูมาทันใช่มั๊ย?” คำถามที่ไม่ได้คำตอบ ธีร์หงถดหงิดจนสบถออกมาดังลั่น ผมได้แต่พยักหน้าไปให้เพราะกลัวเขาจะโวยวายจนเสียเรื่อง ทีนี้ก็หวังแต่ทางกรรมการว่าจะตัดสินอย่างไร 

“ผมมีคำถาม” ร่างสูงใหญ่คนคุ้นตายกมือขึ้นท่ามกลางความเงียบ จากการเปิดตัวของเอที่โผล่พรวดเข้ามา 

“ถ้าสัญญานเตือนภัยดังขึ้น ระบบจะส่งต่อไปยังซีเคียวริตี้ โทรออกเพื่อขอความช่วยเหลือผมเข้าใจถูกไหม?” 

“ถูกครับ เป็นซอสโค๊ดที่ขึ้นตรงต่อ ระบบความปลอดภัยส่งสัญญานทันท่วงที” เอตอบ 

“งั้นคำถาม ถ้าสัญญานเตือนภัยดังขึ้นเฉยๆโดยไม่มีเหตุร้าย มันก็จะถูกส่งไปยังซีเคียวริตี้? ถ้าอย่างนั้น ทางผมก็ต้องจ่ายค่าชดเชยค่าเสียเวลา คุณคิดว่ามันคุ้มแล้ว? กับระบบที่สร้างมาแพงแสนแพงแต่กลับยังต้องใช้จ่ายเงินส่วนอื่นฟุ่มเฟือย?” 

“เออ…” เอเอ่ยขึ้นอย่างอึกอัก 

“หมดคำถาม เชิญพวกคุณพักตามอัธยาศัย ผลประกาศจะตามไปที่บ้านอีกสองวัน” เมื่อเห็นเขาทำท่าจะลุก ไอ้สิ่งที่ผมเตรียมตัวมาอย่างดี จะให้ทิ้งไปเปล่าๆก็คงเสียดาย เอตอบไม่ได้ก็จริง เพราะเขาไม่ได้อยู่ช่วยกันทดลองช่วยกันเตรียมพร้อมเหมือนอย่างที่ผมกับธีร์ทำ 

“เดี๋ยวครับ!” 

“ว่าไงครับ?” พี่พาสในรูปแบบนี้ก็น่ากลัวเหมือนกันแหะ ผมคิดในใจ ก่อนหายใจเข้าลึกๆเพื่อเตรียมความพร้อมกับคำตอบ 

“อย่างที่ผมเกริ่นในตอนแรกว่าระบบจะมีการ ‘พัฒนาตัวเอง’ ตัววิเคราะห์จะทำหน้าที่ประมวลผลถึงความแตกต่าง ระหว่าง ‘จริง’ และ ‘เท็จ’ และหากเป็นการโทรออกที่เสียเปล่า ระบบประมวลผลที่ว่าจะเชื่อมไปยังระบบซีเคียวริตี้แทน และจัดการปิดระบบก่อนจะแจ้งไปยังต้นทาง” 

“….” ผมทิ้งระยะ ดูท่าทีของเขาไปด้วย ทั้งสีหน้าและท่าทางยังคงเรียบเฉย เป็นคนที่ดูสีหน้ายากเหลือเกิน แตกต่างจากคนเมื่อวานที่ยิ้มและหัวเราะเสียงดังคนนั้นเลย 

“และเราสามารถปิดระบบได้เองผ่านแอพลิเคชั่นบนมือถือ ผมว่ามันง่ายและรัดกุม ไม่ได้เสียค่าใช้จ่ายฟรีๆแน่นอน” 

  

//เสียงปรบมือ// 

ถ้าไม่ได้มองผิดไป ผมเห็นเขายกยิ้มนะ 

ประธาน ZelP คนนั้น 

ว่าแต่ เขาเป็นประธานจริงหรือ? 

เป็นตั้งแต่เมื่อไหร่ และที่สำคัญสุดๆเลย 

Part’Ai เขารู้ไหมว่าใครเป็นคนสร้าง และนี่ละครับความฝันของผม ผมแค่อยากรู้จักคนที่สร้างความฝัน สร้างความสุขให้กับผมในวันที่หัวใจใกล้จะแตกสลาย ผมแค่อยากขอบคุณเขาคนนั้นที่ทำให้ผมมีชีวิตอยู่ จนถึงตอนนี้ ตอนที่ผมคิดว่า ผมกำลังเปิดรับโอกาสครั้งใหม่ได้เสียที 

“ทำไมไม่เตรียมสคริปท์ให้กูทั้งหมด กะจะหักหน้ากูหรอเซฟ” เอพูดขึ้นเมื่อเข้ามาอยู่ในห้องรับรอง 

“พูดอย่างนี้ได้ไงว่ะ ช่วยงานแม่งก็ไม่ช่วย!” ปมรีบห้ามธีร์เมื่อมันพยายามจะเข้าไปหาเรื่องทั้งๆที่ตัวมันก็เล็กกว่าเอเกือบเท่าตัว 

“พอเถอะธีร์ เอ ขอโทษแทนมันด้วย มันอารมณ์ร้อนไปหน่อย แต่ที่กูไม่มี สคริปท์ ไม่ใช่เพราะอยากกักนะเว้ย แต่เพราะมันเป็นปัจจัยหลักของหัวจ้อนี้อยู่แล้ว กูเลยไม่ได้ใส่ไป” 

“นี่มึงจะบอกว่าเพราะกูโง่ไม่รู้คำตอบ?” 

“ไปกันใหญ่แล้วเอ” 

“ไม่ต้องมาแก้ตัว มึงแค้อยากเอาหน้า เพราะเห็นว่าประธาน ZelP มานั่งดู เลยกดหัวกูได้?” เอ รู้จักพี่พาสด้วยหรอ ผมเองยังไม่รู้เลยว่าเขาเป็นประธานที่นี่จนวันนี้ 

“กูไม่ได้แก้ตัว” 

“แล้วที่กูขายหน้าบนเวทีมึงจะหาว่ากูสะเออะเอง?” มันผลั๊กไหล่ผมเต็มแรง เป็นจังหวะเดียวกับที่ประตูเปิดเข้ามา 

“มีอะไรกันหรืเปล่า?” 

“พี่พาส?” 

“งานจบแล้ว แค่จะมาลากไปทานข้าว ผมหิวเเล้วนะเซฟ” 

“ครับ ผมเก็บของแปปนึงนะ” ทำทีว่าเก็บข้าวของไม่สนใจใครบางคนพร้อมกับรีบลากไอ้ธีร์เดินตามพี่พาสออกมา 

“เดี๋ยวสิ” เอรั้งแขนผมไว้ 

“?” 

“ไปด้วย” เมื่อกี้ยังว่าพวกเขาอยู่เลย ทำไมมาตอนนี้เกิดอยากจะไปด้วยขึ้นมา อันนี้กูก็ไม่รู้หรอกธีร์ อย่ามาถามกูสิ จนกระทั่งมาถึงรถออดี้สีขาวของพี่พาส อยู่ๆมันก็ถือวิสาสะขึ้นไปนั่งหน้าโดยไม่แม้แต่จะขออนุญาติเจ้าของรถเลยสักนิด 

“กูขอนั่งหน้าละกัน ตัวกูสูง มันเหยียดขาลำบาก” เอพูดด้วยท่าทีสบายๆ เหมือนตามปกติ เหมือนลูกคุณหนูผู้เอาแต่ใจ ผมกับไอ้ธีร์ได้แต่ถอนหายใจยาว หันไปทางเจ้าของรถที่ไม่ได้ปรับเปลี่ยนสีหน้าใดๆอย่างขอโทษขอโพย 

“มาช้านะโซล” 

“โทษทีครับบอส พอดีผมรวบรวมเอกสารการแข่งพึ่งเสร็จ” นี่มันพิธีกรารแข่งเมื่อสักครูนี่นา ผมกับไอ้ธีร์รีบยกมือไหว้แทบไม่ทัน 

“มาทันเวลาพอดี อ่ะ ขับไปส่งกูหน่อย” 

“อ้าว” 

“ไม่มีอ้าว เร็วๆ หิวแล้ว” เจ้านายเขาพูดฉบับเอาแต่ใจ แต่ดูเหมือนคุณโซลจะไม่ถือสาเอ่ความนะ เห็นเขาแอบส่ายหน้าไปยิ้มไป ปากก็พึมพัมเหมือนจะบ่นเจ้านายของตัวเอง 

“ไปๆขึ้นรถ” ผมกับธีร์รีบขึ้นรถตามแรงดันของพี่พาส กลับกลายเป็นคนตัวสูงอย่างเขาต้องมานั่งหลังแบบนี้ อดจะรู้สึกแย่แทนไม่ได้ 

“ขอโทษแทนเพื่อนผมด้วย” 

“คิดมาก” 

“พี่เลยนั่งไม่สบายแบบนี้” 

“ไม่ดีหรือ?” 

“?” 

“จะได้นั่งเบียดเราไง” ลืมเสียสนิท! สถานะตอนนี้ของผมกับเขาคือกำลัง ‘โดนจีบ’ พอเลย สายตากรุ่มกริ่มแบบนั้น อย่ามองมากได้มั๊ย 

“เออ… เพื่อนครับ ผมยังอยู่ตรงนี้” ไม่รู้ตะสงสารเพื่อนธีร์ดีมั๊ยที่อยู่ๆก็ส่งเสียงเรียกร้องความสนใจ ผมกับพี่พาสเราหัวเราะออกมาพร้อมกัน พี่พาสให้คุณโซลมาส่งที่ห้างสรรพสินค้าใกล้บ้านผม ก่อนจะบอกให้เขากลับไปที่บริษัทก่อนได้เลย 

“อ้าวแล้วรถล่ะครับบอส” 

“เอากลับไปด้วยนั่นละ ที่นี่มันไกล” 

“แล้วบอส?” 

“กลับได้ บ้านอยู่แค่นี้” เขาคงหมายถึงบ้านเขาที่อยู่ข้างบ้านผม พวกเรายืนส่งคุณโซลที่ลานจอดรถ และกำลังยืนถกเถียงกันเล็กน้อยว่าจะทานอะไรดี 

“กูอยากกินร้านนั้น” ธีร์ว่า 

“เคเอฟซีนี่ละธีร์ ใกล้สุดแล้ว” 

“กูเบื่ออ่ะเพื่อนเซฟ” มันทำหน้าคว่ำ น่าสงสารแต่ก็ตลก ที่เลือกร้านนี้ไม่ใช่อะไร ผมเกรงใจพี่พาส เพราะมาทีไรเขาก็มักจะอาสาจ่ายตลอด ทั้งๆที่พวกผมก็บอกให้แชร์ แต่ชอบอ้างสิทธิการเป็นพี่อยู่เรื่อย ร้านที่ไอ้ธีร์ชี้คือบุฟเฟ่ต์ หัวละตั้ง 499 จ่ายกันเองน่ะไม่มีปัญหา แต่กลัวแบบครั้งที่แล้ว 

‘หืม พี่จะจ่ายอีกแล้วหรอ ครั้งนี้ผมจ่ายเอง’ 

‘มีแต่บัตรเครดิต’ 

‘อาา งั้นพี่จ่าย เดี๋ยวผมเอาเงินให้โอเคมั๊ย’ พยักหน้านะ แต่ไม่ยอมรับเงิน ไม่สิเพราะผมมีแต่แบงก์พัน พอหาร้านแลกได้ เขาก็บอกว่าไม่เป็นไร ให้ผมเก็บไว้ ไอ้ตัวผมก็ยื่นเงินเก้อ 

“นะเพื่อนเซฟ เพื่อนธีร์เบื่อผู้พันธ์มาก” 

“เออๆ ก็ได้” 

“งั้นไปร้าน..” ธีร์ยังพูดไม่ทันจบ เอก็เดินตรงมายังที่พวกเรายืนอยู่และหันไปบอกกับพี่พาส ก่อนจะันมาทางพวกผม 

“ไปร้านนั้นดีกว่า อร่อยนะ คุณภาพดี ไม่สกปรก แต่ราคามันสูงไปนิด พวกมึงจะเข้าได้หรือป่าว?” นี่มันไม่ใช่ประโยคคำถามสักนิด และไอ้คนที่กำลังโดนดูถูกอยู่นี้ อย่างธีร์ก็ทนไม่ไหว มันผลั๊กอกไอ้เอเสียแรง จนเอ เซไปโดนพี่พาสเล็กน้อย 

“ร้านแบบนั้นกูเข้าได้เว้ยเอ แต่กูจะไม่เข้าเพราะปากแบบมึง!” 

“กูก็ไม่ได้บังคับนี่ คนมีเงินก็เข้า คน ‘ไม่มี’ ก็อดแดก” มันเน้นคำเสียจนผมแอบสะอึกเบาๆ ถึงสถานะของตัวเอง แต่ยังไม่ทันจะได้คิดไปไกลคนที่เงียบมานานก็เอ่ยขึ้น 

“งั้นตามนั้นนะครับ” พี่พาสเอ่ยขึ้นท่ามกลางความชุลมุนเล็กๆของพวกผม “แยกกันทาน และแยกกัน’กลับ’ อย่างที่รู้ ผมไม่มีรถแล้ว คงไปส่งทุกคนไม่ได้” เขาว่าก่อนถือวิสาสะจับแขนผมและลากออกมา ร้านที่พี่พาสพาเข้าคือ ‘เคเอฟซี’ ธรรมดาๆที่ผมเสนอขึ้นเป็นที่แรก และอยู่ใกล้ที่สุด ลืมไปได้ยังไงส่าก่อนออกมา เขาบอกว่าเขาหิว หิวมากด้วย อารมณ์เสียหรือป่าวนะ? 

“ขอโทษนะพี่พาส ผมลืมไปว่าพี่หิวอยู่” 

“อืม” 

พวกเรายืนต่อแถวได้ไม่นาน ธีร์ก็เดินมาสมทบ รวมถึง ‘เอ’ 

“มันมาด้วยหรอ” ผมหันไปถามไอ้ธีร์ เพราะตอนแรกเอมันก็ออกตัวว่าจะไม่เข้าร้านอื่นนอกจากร้านนั้นนี่หว่า 

“ไม่รู้ ไม่อยากคุยแล้ว รำคาญ” 

“ฮ่าฮ่า จบงานนี้คงไม่เจอแล้วมั้ง” 

“อ้าว? นี่มึงไม่คิดว่าตัวเองจะผ่านงานเลยหรือไง” 

“ไม่รู้สิ ก็ทำเต็มที่เท่าที่ทำได้แล้ว คงมีแต่พระเจ้าเท่านั้นละที่รู้” ยิ่งบทสนทนาระหว่าผมกับ ‘ประธาน’ ในการแข่งขันดูเฉือดเฉือนเสียจนไม่อยากคิดในแง่ดีเท่าไหร่ กลัวจะเฟลเมื่อผลออกมาว่าตกรอบแบบที่นึกกลัว 

“แต่เซฟตอบดีนะ” 

“หะ?” 

“เซฟตอบดี ยิ่งช่วงท้าย” เขาย้ำอีกครั้ง พี่พาสยืนแอบฟังหรอเนี่ย จะว่าแอบก็คงไม่ได้เพราะเรายืนรอสั่งอาหารกันตรงนี้ ผมแค่ไม่คิดว่าเขาจะพูดเรื่องนี้กลับมาเท่านั้นเอง 

“แล้วผมล่ะพี่” ธีร์ถามบ้าง มันเองก็โนถาม ไม่สิ เราทุกคนโดนถามคำถามกันหมด ธีร์โดนเป็นคนแรก 

“ก็โอเค” 

“บอกคะแนนหน่อยได้มั๊ยพี่” 

“ไม่ได้” เขาขำเมื่อธีร์มันทำหน้าประหลาดเวลางอนใครสักคน “อีกสองวันก็รู้ผลแล้ว” 

“แล้วผมละครับ?” เสียงที่สี่ ทำให้พวกเราเงียบกริบ กับบรรยากาศที่ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ เอ ถามพี่พาสโดยตรง เดินขึ้นมาข้างหน้าแทรกกลางระหว่างผมกับเขา พี่พาสเองก็หันไปมองโดยที่ไม่ได้ปรับเปลี่ยนสีหน้าใดๆ 

“ผมว่าคุณรู้ตัวเองดีนะ คุณเออดิศร การที่คุณมาช้ากว่าคนอื่น และการที่ให้เพื่อนมานั่งตอบคำถามแทนแบบนี้ อย่างที่ผมเคยบอก เส้นสายไม่สามารถใช้ได้กับที่นี่ แม้คุณจะเป็นลูกชายของพนักงานในบริษัทก็ตาม” 

“!!” 

“เผื่อคุณยังไม่รู้นะ ผมไม่ชอบเด็กเส้น พนักงานทุกคนในบริษัทล้วนมีความสามารถและ ‘ผลงานเป็นของตัวเอง’ รวมถึงพ่อคุณด้วย” 

“นี่คุณดูถูกผม?” 

“แล้วแต่คุณจะคิด” เขาตัดบทสนทนาเมื่อถึงคิวสั่งอาหาร สีหน้าเรียบเฉยกับหัวคิ้วที่ขมวดมุ่นบ่งบอกอารมณ์คนตรงหน้าได้ดี เขามองเมนูอยู่นานแต่ก็ไม่ยอมสั่งเสียที จนพนักงานเร่งขึ้นมา 

“ผมสั่งให้นะ” 

“อืม” 

TBC. 

 —————————————————- 

 

ขอฝากอีกสองเรื่องราว ที่อยู่ในจักรวาลเดียวกัน 

ฉีกหน้ากาก นายจอมโหด (โอเชี่ยน x อควา) 

 

และ 

My Hunter ล่ารัก พิชิตใจ (ฮันเตอร์ x เฟิร์ส) 

 

 

 —————————————————- 

ผู้อ่านท่านไหนถูกใจ – ฝากกดหัวใจ – กดติดตาม – เป็นกำลังใจให้ด้วยนะคะ 

ฝากช่องทางโซเชียลที่พึ่งเปิดใหม่ 

Twitter : วีวี่ชอบผู้ชายร้ายๆ (@YVM88) : https://twitter.com/YVM88 

Facebook : วีวี่ชอบผู้ชายร้ายๆ https://www.facebook.com/YVM218/ 

 

  

คอมเมนต์

Chapter List