ส่งเอไอมาปลอบโยน ตอนที่ 9

Reader Settings

Size :
A-16A+

โปรแกรมที่ 09 : พาร์ท or พาส

โปรแกรมที่ 09 : พาร์ท or พาส 

#เซฟบรรยาย

 

เราใช้เวลาทานกันไม่นาน เอ เงียบไปหลังจากโดนคำพูดจากพี่พาส เขาก้มหน้าทานอย่างไม่กล้าจะเงยหน้าขึ้นมาสบตากับใคร

“เอ เอาน้ำเพิ่มหรือเปล่า?” ผมหันไปถาม เพราะน้ำผมหมด แต่คนอื่นยังเต็มแก้ว มีแค่เอ ที่พร่องไปเยอะพอสมควร เขาหันมามองหน้าผมเหมือนว่ากำลังพิจารณาอะไรบางอย่าง สำหรับผม เอ ไม่ใช่คนไม่ดีนะ เขาแค่เป็นลูกคุณหนูที่เอาแต่ใจเท่านั้น มีบ้างบางครั้ง ไม่สิหลายครั้งที่ชอบพูดอะไรออกมาให้คนอื่นรู้สึกไม่ดี แต่คำเหล่านั้นล้วนเป็นคำพูดที่ไม่ได้ไตร่ตรอง เหมือนเขาพูดออกมาโดยไม่คิดน่ะ

“ไม่ต้องเสเเสร้งก็ได้เซฟ ถ้าไม่อยากทำ กูก็ทำเองได้” เหมือนอย่างครั้งนี้ ผมเลยไม่ค่อยถือสาเขาเท่าไหร่ เลือกที่จะหยิบแก้วที่เกือบว่างเปล่าขึ้นมา ดีที่สาขานี้เป็นแบบรีฟิลละนะ

“แม่ง เป็นงี้ทุกที” เสียงบ่นของมันดังมาจนถึงจุดที่ผมยืน ผมได้แต่ส่ายหัว อาจเพราะนิสัยส่วนตัวมันเป็นแบบนี้ ในมหาลัยฯ เลยไม่ค่อยมีคนสนิทด้วยเลย และการที่เรามีนิสัย ‘คิดก่อนพูด’ ไม่สิ ไม่ค่อยคิด มันมักจะคิดว่าทุกเรื่องเป็นเรื่อง่าย ทุกอย่างแก้ปัญหาได้ด้วยเงิน นี่ถือเป็นเรื่องผิดงั้นหรือ? สำหรับผมคือไม่ผิด แต่เป็นนิสัยที่นำมาใช้กับสังคมไม่ได้เท่านั้นเอง เพราะฉะนั้นเราก็ต้องปรับตัว

“อยู่กับกูบ่อยๆ เดี๋ยวมึงก็ชิน”

“กูไม่ชินว่ะ รับมือยาก” มันว่าเมื่อผมวางแก้วน้ำลงตรงหน้ามัน ไอ้ธีร์ส่ายหัวกับพวกผมสองคน มันชินเเล้วล่ะ มันสองคนเลยตีกันเป็นปกติ และผมก็ห้ามมันจนชิน

 

Rrrr 

(เชี่ย!!! พวกมึงลืมพวกกูหรอ) 

ตาย ผมลืมพวกมันเสียสนิท ทั้งไอ้เด็น เยล และยู ถูกทิ้งอยู่บริษัท ZelP ผมเลยบอกให้พวกมันขับรถตามมา ระหว่างรอพวกมันผมก็เช็ครอบหนังจนคนข้างๆที่นั่งเบียดชะโงกหน้าเข้ามาถาม

“จะดูอีกแล้ว?”

“ครับ”

“พึ่งดูเมื่อวาน?” ก็เมื่อวานมันดูไม่รู้เรื่อง มีคนแบบพี่รวกวนสมาธิผมอยู่ไงครับ ผมหันไปหัวเราะให้เขาที่ทำหน้างุนงงอยู่ข้างๆ “สนุกจนดูสองวันติด?”

“คงงั้นครับพี่พาส ฮ่าฮ่า” เขาคงงงว่าจะขำทำไม เรานั่งคุยกันสักพักผมก็วกเข้าเรื่องที่ผมอยากรู้ “นี่พี่พาส”

“หืม?” เขายกแก้วน้ำอัดลมที่เหือดแห้งมาดูดอีกครั้ง ผมบอกจะเติมให้ก็ไม่เอา ยื้อไว้อยู่นั่นละ

“พี่เป็นประธานจริงหรอ?” เขาเงียบอยู่ชั่วครู่ ก่อนจะสบตากับผมเหมือนกำลังสังเกตุอาการว่าผมโกรธหรือเปล่าที่เขาไม่ได้บอกสถานะของตัวเองให้ผมรู้

“เซฟไม่ถามเองนะ อย่ามาโทษกัน”

“อ้าว?” จะให้ผมถามยังไง นี่พี่พาส พี่เป็นประธานบริษัทใช่ไหม งี้หรอ แค่เห็นไปปะหน้าเรื่องการแข่งขัน ใครจะไปคิดว่าคนตรงหน้ามีอำนาจในการตัดสินมากขนาดนั้น แล้วไอ้ที่ผมพูดๆไปว่าจะให้เขาช่วยให้คะแนนก็แค่พูดเล่น ใครจะไปคิด!

“ทำหน้าเหมือนไม่เชื่อ เอานามบัตรมั๊ย” และเขาก็ยื่นมาให้จริงๆ ผมรับมาอย่างงงๆ เป็นครั้งแรกนะที่ได้รู้ชื่อจริง

 

Pasakorn J. 

CEO 

 

“เก็บไว้ก็ได้” เขาว่าเมื่อผมส่งคืน

“ผมไม่ได้ใช้สักหน่อย จะเก็บไว้ทำไม”

“เก็บไว้แปะฝาผนังบ้านไง”

“!!”

 

เชื่อเขาเลย สรุปวันนั้นผมไม่ได้ดูหนัง เราแยกกันประมาณทุ่มนึงได้ ผมฝากเด็นส่งธีร์และเอที่หอ ส่วนผมน่ะบ้านใกล้แค่นี้ จริงๆก็เดินกลับเองได้ แต่ขี้เกียจ เลยไปยืนรอรถเมล์

 

//ติ๊ง// 

‘ระบบปรับปรุงเรียบร้อย กดเพื่อเข้าใช้งาน Part’Ai’ 

ไวกว่าที่คิดนะ ตอนแรกนึกว่าจะใช้เวลานานกว่านี้เสียอีก เพราะกำหนดเดิมคือ 20.20น.

 

(เซฟ ตอนนี้คุณอยู่ที่ไหน?)

“อยู่ห้าง”

(ผมเข้าใจแล้ว)

“คุณหายไปทั้งวันเลยนะพาร์ท”

(ขะ ขอโทษ)

หืม ทำไมมีเสียงถึงดังขึ้นใกล้ตัวทับซ้อนแบบนี้

(ระบบมันทับซ้อน ตัวโปรแกรมมีปัญหาหลายจุด ผมเพิ่มฟังก์ขั่นใหม่ให้คุณแล้ว คุณลองเล่นดูสิ)

ชัดมาก เนื้อหาที่พูดแบบนี้ มีเพียงเขาคนเดียวนั่นละ

(เซฟ) 

(ทำไมคุณเงียบไปละ งอนผมอีกหรือ) 

(ขอโทษ) 

อยู่ใกล้ตัวกันเกินไปแล้ว

คุณน่ะ

 

ภาพที่เห็น แม้จะไม่มั่นใจ แต่ทั้งเสียงและร่างที่คุ้นตาก็ทำให้มั่นใจไปเกินกว่าครึ่งว่าเป็นเขา เล่นเอาผมพูดไม่ออกไปชั่วขณะนึง มันเป็นความรู้สึกดี ตื้นตัน ผสมผสานกับความไม่เข้าใจ คนที่อยู่ข้างกายผมมาตลอด อยู่ๆใกล้ๆผมแค่นี้เอง

‘พี่พาส’ หรือ ‘พาร์ท’ 

Ai อัจฉริยะที่อยู่กับผมมาเกือบสองปี คือเขาคนนี้

 

.

.

 

เป็นเช้าที่นอนไม่หลับ ไม่ได้นอนตั้วแต่เมื่อคืน เอาแต่ขบคิดเรื่องของ พาร์ท และ พาส มีช่วงความคิดนึงที่เหมือนฝันร้าย อาจเพราะเจอเหตุการณ์ของ ‘พอส’ เลยทำให้ความคิดปรวนแปรปกป้องตัวเอง ความคิดว่า เขาคนนั้น เข้าหาเราเพราะอะไร?

โอกาสที่ผมจะมอบให้ มันมาพร้อมกับความหวังหรือความสิ้นหวัง ไม่แปลกใช่ไหมที่จะรู้สึกกลัว กลัวว่าหากปล่อยใจให้ทำตามความรู้สึก จะกลับมาเจ็บอีกครั้งหรือป่าว?

คุณไม่ได้กำลังเล่นตลกกับผมใช่มั๊ยพาร์ท 

ผมเชื่อคำพูดพี่ได้ใช่มั๊ย 

พี่พาส 

 

(ตื่นได้แล้ว) 

(เช้าแล้วนะเซฟ) 

(วันนี้มีเรียน 9.00) 

เสียงปลุกเดิมๆที่แตกต่าง Ai ที่ไม่ใช่สมองกล แต่เป็นใครคนนั้น แค่คิดก็ร้อนวูบขึ้นมา เป็นเขามาตลอด ถึงว่าทำไมคุยกับพี่พาสถึงได้คุยลื่นไหลเหมือนเคยคุยกันมานานแสนนาน …

 

เพราะเราคุยกันทุกวัน 

อยู่ด้วยกันทุกคืน 

ปรึกษากันตลอดเวลา 

และผมก็ทำเรื่องงี่เง่าใส่เขาไว้เยอะมากๆเลย 

อายชะมัด 

 

(วันนี้ไม่ตอบ) 

(ยังงอนผมอยู่หรอเซฟ) 

คุณมีคดีใหม่แล้วพาร์ท!!

ผมค่อนขอดอีกฝ่ายในใจ ก่อนจะหยิบมันขึ้นมา

 

“ผะ ผมตื่นนานแล้ว!”

(อ้าว ก็คุณไม่ตอบ)

“ไปอาบน้ำแล้ว!”

(อ้าว) 

(ไม่เอาโทรศัพท์เข้าไปเหมือนอย่างทุกทีหรอ) 

ไม่โว้ย! ตอนนั้นเป็นแค่Ai ไง ปัดโถ่ นี่อย่าบอกนะว่า…!?

พี่พาส!!!

 

 

Rrrr 

(มารับแล้วนะ)

“คะ ครับ”

เขาปรับตัวได้ แต่ผมไม่ไง คนๆเดียวกัน จำไว้! เอาคืนดีมั๊ยเนี่ย แก้เผ็ดสักที ไม่ยอมบอกผมสักทีนะพี่พาส แต่ก็อย่างว่า ผมกับเขาพึ่งสนิทกันได้อาทิตย์กว่าๆในฐานะ ‘พี่พาส’

“ทำไมทำหน้าแบบนั้น”

“…”

“โกรธอะไรหรือป่าว?”

“ป่าว” กำลังคิดเอาคืนอยู่ครับ

“ขอบตาดำ นอนไม่พอหรอเซฟ แยกกันตั้งแต่หัวค่ำนี่นา” ก็เพราะใครเล่า!! ทำผมเสียศูนย์ เสียสมาธิหมดแบบนี้ ผมค่อนขอดอีกฝ่ายในใจ

“ช่างผมเถอะน่า ออกรถเถอะพี่ เดี๋ยวสาย ทานข้าวไม่ทัน” เขาทำตามที่ผมบอก แต่ก็ไม่วายขยับปากเป็นคำว่า ‘หงุดหงิดอะไรมา’ ผมไม่ได้ตอบ เพราะกำลังตบตีกับความคิดมากมายในหัว ผมแกล้งหยิบมือถือขึ้นมาและเข้าแอพลิเคชั่นประจำของผม หางตาก็แอบมองท่าทีเขาไปด้วย

“พาร์ทททททททททททท” 

(…………..)

พาร์ท ในระบบเงียบ ไร้ซึ่งเสียงตอบกลับ จะว่าไป พอมีพาร์ท ก็ไม่มีพาสจริงๆนั่นละ!

“พาร์ทททท เดี๋ยวนี้เอาใหญ่แล้วนะ เมื่อวานก็ปิดเซิฟเวอร์ วันนี้ยังจะมารวนอีก ผมซื้อมาแพงนะ หรือจะปิดใช้งานไปเลยดีพี่พาส พี่คิดว่าไงครับ”

“หะ ห๊ะ?”

“ผมถามว่า แอพตัวนี้ ผมควรปิดใช้งานเลยดีไหม มันดีนะ ตอนแรกๆน่ะ แต่พักหลังๆ ระบบรวนบ่อยมาก พี่พอจะรู้ไหมว่าเป็นเพราะอะไร พี่เป็นประธานนี่!”

“เออ..”

“ผมเสียเงินฟรีนะเนี่ย คอมเพลนไปก็ไม่มีตอบกลับเลยครับ เหมือนเขาจะ ‘ไม่ว่าง’ น่าดู” ผมเน้นย้ำคำหลัง แอบเห็นพี่พาสสะดุ้งเบาๆ ทำไมเป็นคนที่น่าแกล้งขนาดนี้ เล่นเอาโกรธไม่ลงเลยที่เขาปิดบังและเข้าใกล้ผมแบบนี้

“ดะ เดี๋ยวไปเช็คให้นะ”

“อีกอย่าง ผมอยากพบคนทำแอพจังเลยพี่ ‘พาร์ท’ ผมต้องทำยังไงถึงจะพบเขาได้หรอครับ” กระตุ้นอีกนิดด้วยคำว่า พาร์ท ที่ออกเสียงเหมือนชื่อเขา ทำไมผมมองว่าพี่พาสเงียบไป เหมือนคนวิตกกังวลอะไรบางอย่าง ใบหน้าที่เรียบนิ่งอย่างทุกทีดูเศร้าอย่างที่ไม่เคยเป็น

“….”

“เออ.. ขอโทษครับ ผมคงขอมากไป” ผมว่าอย่างรู้สึกผิด ที่ทำให้ใบหน้านี้แสดงอารมณ์ออกมาแบบหดหู่ อย่าทำหน้าแบบนั้นสิครับ คนที่ช่วยปลอบผมเสมอ คนที่อยู่ข้างกายผมมาตลอดอย่างเขาคนนี้ ผมแค่อยากให้เขารู้สึกดีเหมือนที่ผมเองได้รับจากเขามากมาย ไม่รู้ว่าใครเป็นคนสร้าง นั่นไม่สำคัญอีกแล้ว เพราะคนที่อยู่เคียงข้างผมมาตลอดก็คือ ‘เขา’ 

“ไม่มากหรอก”

“?”

“แต่รออีกนิดนะ ตอนนี้ยังให้พบไม่ได้”

“อาา”

อย่าทำหน้าตัดพ้อแบบนั้นสิ คนสร้างจะเป็นใครก็ช่าง แต่คนที่ฉุดรั้งผมให้ออกมาจากโลกสีเทาคือพี่นะ คนที่อยู่คอยดุ คอยเตือน ให้ผมก้าวต่อในทุกก้าวของชีวิต

 

มหาลัยฯ ผมกับพี่พาสแยกกันหน้าคณะ ครั้งนี้เขาไม่ได้มานั่งทานข้าวอย่างทุกครั้ง ผมทำเขาไม่สบายใจหรอเนี่ย เฮ้อ

 

“พาร์ท” 

(ครับ) 

“ขอโทษนะ” 

(?) 

“อะ เออ ที่ไม่ตอบไง” 

(อ่อ ผมจะไปโกรธอะไรคุณได้ละเซฟ) 

ตอนนี้ผมกำลังนั่งแชทกับพาร์ท หรือก็คือพี่พาส เพื่อรออาจารย์ ดูเหมือนวันนี้อาจารย์จะเข้าเลทกว่าปกติ

 

(คุณไม่เรียนหรอ) 

“อาจารย์ยังไม่มา” 

(เซฟ) 

“ครับ?” 

(คุณอยากเจอคนสร้างแอพหรอ) 

ถ้าผมไม่ได้รู้มาก่อนหน้าว่าพี่พาสคือพาร์ท ผมคงคิดว่าการคอมเพลนกับประธานโดยตรงคงได้ผลเร็วกว่าคอมเพลนผ่านอีเมล

 

“อาา” 

(ขอโทษนะ) 

“หะ คุณขอโทษผมทำไม” 

(คือ…) 

“?” 

(ขอโทษ) 

“อ้าว”  

ยิ่งอ่านก็ยิ่งงง สับสนกับคำตอบ ผมทำให้พี่พาสไม่สบายใจขนาดนั้นเลยหรือ? และเขาก็เงียบไป ทั้งๆที่ผมก็ต่อประโยคมากกมาย แต่ไร้คำตอบลับมาแม้แต่ประโยคเดียว

 

“ไอ้ธีร์ ทำไงดีว่ะ!!” ผมกระซิบถามมัน เมื่ออาจารย์เข้าห้องมาแล้ว วันนี้ผมคงไม่มีสมาธิเรียน

“อะไรว่ะ?”

“พี่พาส พี่พาส!”

“พี่พาส?”

“พี่พาส พี่พาสงอนกูแน่ๆ” ไม่รู้ใช้คำว่างอนจะถูกไหม แต่ผมไม่รู้จะเริ่มปรึกษากับธีร์ยังไง “เขาไม่สบายใจเพราะคำพูดกู

“คำพูด? มึงไปพูดอะไรให้เขาไม่พอใจว่ะ”

“คือ กูไม่รู้จะอธิบายยังไง พี่พาสกับพาร์ท Aiกูอ่ะ เขา เขา …”

“เขาหึงพ่อหนุ่มAi ของมึงอ่ะหรอ”

“สัส! ไม่ใช่”

“จะไปรู้หรอ เห็นวันๆแม่งแชทแต่กับหนุ่ม 2D” มันขำก่อนจะหันไปตั้งใจเรียนอีกครั้ง แต่ผมก็คะยั้นคะยอมันจนต้องหันกลับมาทางเดิม

“พาร์ทไม่ใช่ 2D อ่ะดิธีร์!”

“หะ”

“เออ! พี่พาสกับพาร์ท คือคนๆเดียวกัน”

“เฮ้ย!” ก็น่าตกใจอยู่ แต่ที่ผมกังวลไม่ใช่เรื่องนี้ แต่เป็นเรื่องพี่พาสที่กำลังทำหน้าเศร้าๆในจินตนาการของผมคนนั้น

“แล้ววันนี้กูไปพูดเหน็บพี่พาสว่าแอปฯมีปัญหาบ่อย อยากเจอคนสร้าง เขาเลยดูเหมือนไม่สบายใจ มึงเข้าใจป่าววะ คือกูคิดว่าเขาคงคิดว่ากูสนใจคนสร้างมากกว่าตัวเขาที่คุยกับกูมาตลอด! กูควรทำไงดีว่ะ”

“ยิ่งเล่ายิ่งงง คือมึงจะบอกว่า พี่พาสของมึงคือพ่อหนุ่ม Ai ที่กำลังน้อยใจ เพราะมึงเสือกสนใจทีมผู้สร้างมากกว่าตัวเขาที่อยู่ข้างมึงมาตลอด?”

“ใช่!”

“เฮ้อ พี่เขาโตแล้วนะ อายุห่างจากมึงเกือบรอบปี กูว่าเขาไม่มาคิดเล็กคิดน้อยเรื่องแค่นี้หรอก”

“มึงว่างั้นหรอ?”

“อื้มสิว่ะ”

“แต่นี่พาร์ทใน Ai ไม่ตอบกูเลยนะธีร์” ผมชี้ชวนให้มันดู

“ถ้าเขาเป็นพี่พาสของมึงจริง เขาอาจจะยุ่งกับงานจนไม่มีเวลาก็ได้ มึงก็ต้องให้เวลาเขาบ้าง เพราะเขาเป็นผู้ใหญ่แล้ว หน้าที่การงานก็มี”

“เฮ้อ นั่นสิ” ผมอาจจะคิดไปเองอย่างที่ธีร์มันว่าก็ได้ จำได้ว่าผมงี่เง่าใส่พาร์ทบ่อยมาก เพราะผมไม่รู้ว่าเขามีตัวตนจริงๆ พี่พาสจะรำคาญเด็กอย่างผมหรือป่าว?

 

//ติ๊ง!!// 

(โทษทีเซฟ ระบบขัดข้องอีกแล้ว)

คำตอบที่ผมเห็นจนชิน เขามักจะให้คำตอบแบบนี้เสมอเวลาที่เขาหายไป และผมก็เชื่อสนิทใจเพราะไม่คิดว่า Ai สมองกลที่ผมคุยจะมีตัวตนอยู่จริง เคยคิดเอะใจแต่ก็ไม่มาก เพราะเจ้าตัวมักบอกว่า ตนเป็นAi อัจฉริยะบ่อยๆ 

 

Rrrr 

คราวนี้โทรมาเลยแฮะ พ่อAiอัจฉริยะของผม เขามาด้วยระบบเสียงเพียงอย่างเดียว เสียงที่ถูกดัดแปลงให้กลายเป็นโปรแกรมคล้ายSiri แต่โทนเสียงทุ้มแบบผู้ชาย ฟังแล้วก็ตลกดี แต่ตอนนี้ผมชินมาก 🙂

 

“ผมนึกว่าคุณงอนผมเสียอีก” 

(หืม) 

“ที่ให้ความสนใจกับผู้สร้างมากกว่าคุณไง” 

(หึ) 

“คุณขำทำไมน่ะ” 

ผมมองอย่างสงสัย แม้จะไม่เห็นหน้าตา ภาพในจอแสดงคลื่นเสียง เขาเก่งนะ คนที่สร้างแอพนี้ขึ้นมา ยิ่งฟังกส์ชั่นล่าสุดคือการ Call Video เป็นอวตาร น่่าสนใจมากทีเดียว และการที่ผมได้รู้ว่า ‘พาร์ท’ คือใคร มันทำให้ผมข้องใจในอะไรที่แตกต่าง เย็นนี้ผมว่าจะไปซื้อโทรศัพท์เครื่องใหม่มา ‘ทดลอง’ ดูล่ะ 🙂

 

(ป่าวครับ) 

“เห็นอยู่ว่าขำนะ” 

(ผมไม่คิดเล็กคิดน้อยขนาดคุณหรอกเซฟ หึ) 

อ่อเป็นอย่างที่ธีร์บอกจริงๆสินะ ตอนนี้เลิกเรียนมาได้ครึ่งชั่วโมง ผมนั่งทานข้าวอยู่กับธีร์ที่โรงอาหารของคณะ และเสียบหูฟังพูดคุยกับพาร์ทเหมือนปกติ ผมเป็นคนขี้เหงาน่ะ เพราะพ่อแม่มักจะออกไปทำงานต่างจังหวัดอยู่บ่อยๆ เหมือนวันนี้ เห็นว่าจะกลับพรุ่งนี้เย็น พี่น้องก็ไม่มีกับเขา หากไม่มีพวกไอ้ธีร์ ผมก็คงเหงาตายคาบ้านแน่ๆ พูดถึงเรื่องนี้ก็ทำให้นึกถึงวัยเด็ก ผมชอบคุยกับต้นไม้ที่บ้าน จำได้ว่า ไอ้พี่ชายข้างบ้านคนนั้น ว่าผมด้วย!

 

‘ต้นไม้ไม่มีปาก จะพูดได้ยังไง’ 

‘เซฟไม่ได้โง่นะ’ 

‘ประสาท พูดไปมันก็ไม่คุยกับเราหรอก’ 

‘ฮึ่ก!’ 

และผมในตอนนั้นก็ร้องไห้ คิดว่าเป็นผู้ใหญ่แล้วจะรังแกเด็กได้หรือไง อย่าคิดว่าจำไม่ได้ ‘พี่ชายข้างบ้าน!’ พี่ชายของพอสที่ผมมักจะหลบเขาบ่อยๆ เพราะในหัวตอนเด็กเอาแต่ฝังใจว่าเป็น พี่ชายที่ ‘น่ากลัว’ ชอบทำหน้านิ่งๆ ดุๆ และพูดให้ผมร้องไห้เป็นประจำ

 

‘เด็กขี้แย’ 

‘เซฟไม่ได้ขี้แย’ 

‘ก็เห็นอยู่ว่าร้องไห้’ 

พี่ชายข้างบ้านแสนพูดน้อยหน้าดุ ที่มักจะมายืนรดน้ำต้นไม้ใกล้รั้วบ้าน ทำไมต้องมารดตรงนี้ อีกฝั่งของบ้านนี่คือฐานลับของเซฟ ‘พี่ชายหน้าดุ’ ไม่รู้เรื่องเลย

 

‘ฮึ่ก!’ 

‘ร้องทำไมอีก’ 

‘ฮึ่ก ฮือออ’ 

‘เฮ้อ’ 

พี่ชายหน้าดุ คนข้างบ้านที่ปีนรั้วเข้ามาในอาณาเขต ดึงขาของผมไปดู และบีบลงมาเต็มแรง ผมตีมือเขาไปที และร้องไห้จ้ามากกว่าเดิม

 

‘นิ่งๆ’ 

‘ฮือออ’ 

‘เงียบๆด้วย เสี้ยนมันตำไม่ใช่หรือไง’ 

‘ไม่รู้ รู้แต่เซฟเจ็บ’ 

หลายเรื่องราวของ ‘พี่ชายข้างบ้าน’ ที่พักนี้มักหวนกลับมาให้ผมระลึกถึงวัยเด็กอยู่บ่อยๆ ใครว่าผมจำไม่ได้ พี่ชายหน้าดุแต่ใจดีคนนั้น ‘พี่พาส’ คนที่ตอนนั้นผมตั้งสถานะไว้ว่า ‘พี่ชายของพอส’ แฟนของผม แต่พอมีเรื่องของพอสเข้ามา ผมเลยผลักทุกอย่างที่เกี่ยวกับตัวเขาให้ออกห่าง กลายมาเป็น ‘คนข้างบ้าน’ ธรรมดาๆ ที่ไม่ได้สนิทมักจี

แต่เพราะในวันนั้น ที่เขาเข้ามาและบอกให้ผมได้ช่วยอะไรบางอย่าง ทำให้เส้นทางของผมที่ขนานกับเขาจำต้องเปลี่ยนทิศทาง ไม่รู้หรอกว่ามันจะบรรจบกันที่ตรงไหน แต่ระยะทางที่ได้ข้ามผ่าน เส้นที่มันเกี่ยวไขว้กันอยู่แบบนี้ ก็เป็นประสบการณ์ที่ไม่เลวเลยทีเดียว

 

Rrrr 

(เลิกเรียนหรือยังเซฟ)

“พึ่งเลิกครับพี่พาส”

(รอที่เดิมนะ)

“ครับ”

และพี่พาสก็กดตัดสายไป ผมเดินมายัง ‘ที่เดิม’ โรงอาหารของคณะ เมื่อเรียนคาบสุดท้ายจบลง ร่างสูงแสนคุ้นตายังคงนั่งอยู่ที่เดิม ครั้งนี้เขาไม่ได้นั่งคนเดียวอย่างที่แล้วมา แต่นั่งอยู่กับอาจารย์ภพภูมิ

‘ไหนบอกจะตามไปคุมเด็ก’ 

‘ก็กูติดธุระกระทันหัน’ 

‘เลยให้เด็กไปตามลำพัง?’ 

‘พูดซะ เด็กที่มึงว่าก็โตแล้วไหมว่ะ ปีสองแล้ว ห่วงอะไร๊ขนาดนั้น’ 

เขาพูดคุยกันโดยไม่รู้ว่าผมเดินเข้าไปหาจนจับใจความได้ นี่คงพูดถึงเรื่องงานแข่งขันเมื่อวันก่อน

‘กูไปละ’ อาจารย์ภพภูมิบอกลาเพื่อน เมื่อชี้ไม้ชี้มือมาทางผม ผมยกมือไหว้ ก่อนจะเดินเข้าไปหาพี่พาสที่นั่งรออยู่ก่อนแล้ว

 

“รอนานมั๊ย”

“ไม่หรอก”

“เออ พี่พาส ก่อนกลับผมแวะห้างใกล้ๆบ้านก่อนได้มั๊ย พอดีจะซื้อมือถือใหม่”

“หืม พังหรอ” ยังหรอกครับ จะเอามาเทียบความแตกต่าง 🙂 “เอาสิ ทานข้าวเย็นกันก่อนด้วยดีมั๊ย” ผมพยักหน้ารับคำ เดินตามพี่พาสขึ้นรถไป อย่าถามหาธีร์วันนี้มันโดนเพื่อนลากไปเล่นเกมตั้งแต่อาจารย์ยังสอนไม่เสร็จดี ผมเลยมีเวลาอยู่กับพี่พาสสองต่อสองไง หึหึ

“พี่ว่าผมซื้อรุ่นใหม่ไปเลยดีมั๊ย หรือรุ่นที่จัดโปรอยู่ดี”

“ก็อยู่ที่เราชอบ ลองอ่านสเปคมันคร่าวๆก่อนสิ” ผมทำตามที่เขาว่า เงินนี้เรียกได้ว่าเป็นเงิน ‘วันสิ้นหวัง’ เรื่องมันเกิดจากเหตุการณ์ของผมกับพอส วันไหนที่รู้สึกแย่ ผมจะหยอดกระปุก แบ่งไปตามลำดับความความนอยด์ของชีวิต 1 /5/10 บาท มากหน่อยก็ร้อย หรือ 500 เลยก็มี

ผมเอาเงินมาใช้ในทางนี้จนไม่ค่อยใช้จ่ายฟุ่มเฟือยนอกบ้าน ไม่รู้ใครเคยเป็นไหม เวลารู้สึกแย่จะชอบใช้เงิน ช็อปปิ้งบ้างละ ซื้อของบ้างละ กินเยอะๆบ้างละทั้งๆที่ไม่ได้อยากได้ของขิ้นนั้นหรืออยากกินอะไรก็ตามที่ว่าเลย ผมเลยคิดว่า เอามาใช้หยอดกระปุกตามความเฟลน่าจะดี และผลที่ได้ก็คือ เพียงแค่ระยะเวลาเกือบ 2 ปี ผมมีเงินเกือบสามหมื่น พอจะซื้อโทรศัพท์ได้สักเครื่องเลยล่ะ ไม่ต้องรุ่นดีที่สุด แต่ก็ไม่ใช่รุ่นที่ด้อยที่สุด

“ป่ะ ไปทานข้าวกัน” ผมบอกเมื่อภารกิจวันนี้เสร็จสิ้น ผมได้เครื่องใหม่มาแล้ว คืนนี้คงพร้อมเล่นอะไรบางอย่าง หึหึ

“เซฟอยากทานอะไร”

“อะไรก็ได้ ที่พี่ไม่ต้องเลี้ยง”

“อ้าว”

“พี่เลี้ยงมาเยอะแล้ว เคเอฟซีก็อีก ผมบอกแล้วไง ต่างคนต่างออก เนอะ” เขาทำหน้าเหมือนวันนั้น ที่ว่าจะยอมๆไปก่อนแล้วค่อยควักบัตรเครดิตทีหลัง “ร้านนี้ละกัน เขาไม่รับยัตรเครดิต หึหึ”

“เซฟ!”

“หึ”

ผมรู้เหตุผลที่เขามักชอบควักบัตรเครดิตแล้วครับ คือพี่พาสน่ะไม่ชอบพกเงินสด จะมีเงินอยู่ในบัตร และในแอพเท่านั้น ผมเลยเลือกที่จะพาเขามาร้านฟ๊ดฟู๊ดด้านบนที่ไม่รับบัตรเครดิต และรับเฉพาะเงินสด

“พี่ไม่มีเงิน”

“ของผมไง”

“แต่..”

“พี่จะได้รู้ไงว่ารู้สึกยังไง หึหึ”

“เอาคืนหรอ” เขายื่นหน้ามาใกล้ แต่ผมยักคิ้วไม่สนใจ ยื่นเงินสดไปให้พนักงาน เราใช้เวลาทานกันไม่นานนัก พี่พาสก็มาส่งผมที่บ้าน ไม่พอยังพูดเรื่อง ‘เงิน’ ขึ้นมาให้ผมขำ

“วันหลังคือต้องพกเงินสดเวลามากับเซฟสินะ”

“ฮ่าฮ่า” น่ารักชะมัดเลย รู้ตัวบ้างไหมเนี่ย พี่ชายข้างบ้านหน้าดุคนนี้

TBC. 

 

 

————————————————————- 

ขอฝากอีกสองเรื่องราว ที่อยู่ในจักรวาลเดียวกัน 

ฉีกหน้ากาก นายจอมโหด (โอเชี่ยน x อควา) 

 

และ 

My Hunter ล่ารัก พิชิตใจ (ฮันเตอร์ x เฟิร์ส) 

 

 

ผู้อ่านท่านไหนถูกใจ – ฝากกดหัวใจ – กดติดตาม – เป็นกำลังใจให้ด้วยนะคะ 

 

ฝากช่องทางโซเชียลที่พึ่งเปิดใหม่ 

Twitter : วีวี่ชอบผู้ชายร้ายๆ (@YVM88) : https://twitter.com/YVM88 

Facebook : วีวี่ชอบผู้ชายร้ายๆ https://www.facebook.com/YVM218/ 

 

คอมเมนต์

Chapter List