แผนรักทวงคืนแค้น ตอนที่ 6

Reader Settings

Size :
A-16A+

ตอนที่ 6 รักต้องหนี

แผนรักทวงคืนแค้น ตอนที่6 

ตอน รักต้องหนี 

โดย : ณัฏฐ์ชวัญช์ 

 

ป๋อกลับมาสอบปลายภาคตามที่แม่สั่ง แต่ในใจเขานั้นกลับคะนึงหาแต่วิยะดา ยอดดวงใจของเขาที่ตั้งแต่กลับมายังไม่มีโอกาสได้พบหน้า… 

เขาคิดถึงเธอสุดหัวใจ เพราะตั้งแต่ถูกจับแยกกันเขาก็ไม่มีโอกาสติดต่อใครอีกเลย ป้านวลที่แม่พาเขาไปฝากไว้ไม่ให้เขาใช้โทรศัพท์ ไม่ให้ไปร้านเกม และไม่ให้ออกนอกบ้านตามคำสั่งของแม่ เขาจึงไม่มีโอกาสติดต่อมาหาวิยะดาได้เลย เขาอยากรู้ว่าตอนนี้เธอเป็นอย่างไรบ้าง จะกินอิ่มนอนหลับอย่างที่เขาอยากให้เธอเป็นหรือเปล่า แต่จะเป็นเช่นนั้นไปได้อย่างไรล่ะ เพราะขนาดเขายังแทบกินนอนไม่ได้ แล้วผู้หญิงที่กำลังท้องแล้วยังโดนพรากคนรักไปอีกจะกินข้าวลงได้อย่างไร 

ป๋ออยากจะหาโอกาสลอบไปหาวิยะดา อยากเห็นหน้าหญิงสาวที่รักใจจะขาด แต่ตอนนี้เขาก็เหมือนกับนกที่ถูกล่ามโซ่และขังไว้ในกรงเหล็กอีกชั้นหนึ่ง เพราะตั้งแต่กลับมาที่แม่ใจ นางศรีผู้เป็นแม่ก็ไม่ยอมไปขายหมูแต่ตามติดเขาแจอย่างกับเงาตามตัว แม้แต่ปัณ…น้องชายที่เขาหมายจะใช้เป็นนกพิราบให้ส่งสารไปถึงวิยะดาก็ยังไม่มีโอกาสได้อยู่ตามลำพัง และแม่ยังสั่งห้ามปัณพูดถึงเรื่องวิยะดาในบ้านอีกด้วย 

นางศรีไม่ไว้ใจใครเลยแม้แต่คนในครอบครัว สงสัยว่าคงจะกลัวเขาติดต่อกับวิยะดาได้จึงลงทุนทำถึงเพียงนี้ ขนาดวันนี้…วันมาสอบปลายภาคแท้ๆ แม่ยังมานั่งเฝ้าหน้าห้องสอบราวกับเป็นผู้คุมคุก จนเขาไม่สามารถกระดิกตัวไปไหนได้ หากจะทักทายหรือพูดคุยกับเพื่อนคนใดสักคน แม้นางศรีจะไม่เข้าไปยืนในวงสนทนาด้วย แต่ก็ยืนอยู่ใกล้พอที่จะได้ยินสิ่งที่ป๋อและเพื่อนพูดคุยกัน 

ซึ่งก็เห็นจะมีเพียงในห้องน้ำเท่านั้นที่นางศรีให้อิสระกับเขา…ป๋อคิดพลางวักน้ำขึ้นล้างหน้าตัวเองอย่างคนที่มืดแปดด้าน เขาอยากไปหาวิยะดาเหลือเกินแต่จะไปได้อย่างไรถ้าแม่ยังคงตามอย่างไม่ละสายตาอยู่เช่นนี้ 

แต่ในระหว่างที่เขายืนคิดอย่างหมดความหวังอยู่นั้น…ก็มีนักเรียนชายคนหนึ่งเดินเข้ามาหาเขาจากด้านหลัง ป๋อไม่ค่อยคุ้นหน้าคุ้นตานักเรียนชายตรงหน้ามากนัก อาจเพราะโรงเรียนของเขาเป็นโรงเรียนประจำตำบล มีนักเรียนกว่าสองพันคนเห็นจะได้ แต่ตัวเลขที่ปักอยู่บนอกของนักเรียนชายคนนี้ก็ทำให้ป๋อรู้ว่าเขาต้องอยู่ชั้น ม. 4/6 

“พี่ชื่อป๋อใช่ไหมครับ?” 

นักเรียนชาย ม.4 ถามก่อนจะยื่นกระดาษที่พับเป็นชิ้นขนาดเท่าข้อนิ้วชี้ให้เขา ป๋อพยักหน้ามองอย่างประหลาดใจแต่ก็รับกระดาษนั้นไว้โดยดี ก่อนที่เด็กนักเรียนชาย ม.4 จะรีบเดินออกจากห้องนักเรียนไปโดยไม่ได้พูดอะไรอีก 

ด้วยความสงสัย…ชายหนุ่มจึงคลี่กระดาษที่รับมาออก และพบว่ามันมีความข้อสั้นๆ ที่เขียนด้วยลายมือหวัดแต่อ่านง่ายอยู่ด้านใน 

หลังสอบคาบสุดท้ายเสร็จ มาเจอผมที่ห้องน้ำห้องที่สาม…วันจักร์’  

อ่านจบป๋อก็ยิ้มออกมาอย่างมีความหวัง…หัวใจของเขาลิงโลดด้วยความดีใจ เพราะในที่สุดเขาก็จะได้รู้ข่าวคราวของวิยะดาบ้างเสียที 

************ 

วันจักร์นั่งอยู่ในห้องน้ำมาเกือบหนึ่งชั่วโมงแล้ว… 

เขารู้สึกหงุดหงิดที่เลือกสถานที่นัดพบเป็นห้องน้ำนักเรียนชาย มันทั้งอับ ทั้งร้อน และคละคลุ้งไปด้วยกลิ่นฉี่ แถมยังสกปรกเสียจนชวนให้เขาอยากจะขย่อนเอาข้าวราดแคบหมูผัดพริกแกงกับกุนเชียงทอดที่กินไปเมื่อตอนเที่ยงออกมาเสียเดี๋ยวนี้ 

แต่หากเขาไม่เลือกที่นี่…ก็ไม่มีที่ไหนที่เหมาะสมอีกแล้ว เพราะวันนี้เขาเห็นว่านางศรีมาเฝ้าพี่ป๋ออย่างกับวิญญาณเจ้ากรรมนายเวร แถมจ่ายเงินจ้างทั้งครูทั้งแม่บ้านของโรงเรียนให้เป็นตาที่สามตาที่สี่สอดส่องเรื่องราวในโรงเรียนมาตั้งแต่ไหนแต่ไร ขนาดวันจักร์จ้างรุ่นน้องให้เอาจดหมายลับไปให้ป๋อ รุ่นน้องคนนั้นยังต้องแอบเอามาให้ในห้องน้ำเลย หากเขาไม่หลบในนี้…เห็นทีนางศรีก็คงรู้เข้าพอดีว่าวันนี้เขามาโรงเรียนโดยที่ไม่มีสอบ และพาลจะสงสัยเอาได้ 

นั่นทำให้วันจักร์นึกเจ็บใจขึ้นมาที่อยู่ตัวเองเรียนอยู่ห้องเดียวกันกับปัณ เพราะหากเขาไม่ได้อยู่ห้องเดียวกันก็คงไม่ต้องกลัวว่านางศรีจะรู้ว่าวันนี้เขาไม่มีสอบ และก็คงไม่ต้องมาซุกตัวอยู่ในห้องน้ำเหม็นๆ นี่ 

แต่ก็ช่างเถอะ…เพื่อให้พี่สาวสมหวังในรักแล้วลำบากกว่านี้วันจักร์ก็จะทำ 

วันจักร์รออยู่อีกอึดใจใหญ่ๆ ป๋อก็มาตามนัดหมายในจดหมายลับ เมื่อทั้งสองได้เจอหน้ากันป๋อก็ถามถึงวิยะดาทันทีอย่างร้อนใจ นั่นทำให้เขาต้องบอกให้ชายหนุ่มสบายใจว่าวิยะดานั้นสบายดี ก่อนจะเล่าถึงความร้ายกาจของนางศรีที่ไปหาวิยะดาถึงที่บ้านให้ป๋อฟัง 

“จริงเหรอ? แม่พี่ทำขนาดนั้นเลยเหรอ?” 

ป๋อทำหน้าราวกับไม่อยากจะเชื่อหูตัวเอง และดูตกใจไม่น้อยที่ได้ยินสิ่งที่วันจักร์เล่าให้ฟัง มันเป็นการอยากที่จะเชื่อว่าแม่ของตัวเองจะกล้าทำถึงขนาดนั้น 

“ครับ” วันจักร์ยืนยันก่อนจะพูดต่อ “จริงๆ พี่วิบอกผมว่าไม่อยากให้ผมเล่าเพราะกลัวว่าพี่จะทะเลาะกับป้าศรี แต่เรื่องมันมาถึงขนาดนี้แล้วผมก็อดสงสารพี่สาวผมไม่ได้ ผมว่าพี่ต้องตัดสินใจแล้วนะว่าพี่จะเอายังไง?” 

วันจักร์พูดพร้อมทำหน้าเศร้า อันที่จริงวิยะดาไม่ได้บอกห้ามเขาหรอก แต่เป็นเขาเองที่ปั้นแต่งคำขึ้นมาให้พี่สาวของเขาดูเป็นคนดีและน่าเห็นใจมากยิ่งขึ้น และดูเหมือนว่าจะได้ผลเสียด้วยเพราะป๋อเองก็ดูกลุ้มใจไม่น้อยที่ต้องเลือกระหว่างแม่ผู้ให้กำเนิดกับเมียที่กำลังตั้งท้องลูกของตัวเองอยู่ ซึ่งวันจักร์ก็เข้าใจ มันไม่ใช่เรื่องที่จะเลือกกันได้ง่ายๆ แต่ถึงอย่างไรเขาก็ต้องทำให้ป๋อเลือกพี่สาวเขาให้ได้ 

“แต่ถ้าพี่ยังคิดไม่ออกว่าจะเอายังไง…ผมมีวิธีอยู่” 

ว่าแล้ว…วันจักร์ก็กระซิบที่ข้างหูของป๋อถึงแผนการที่เขาได้คิดเอาไว้เพื่อเป็นทางออกให้กับเรื่องนี้ และเมื่อฟังจบป๋อก็ถึงกับหนักใจราวกับมีใครเอาหินมาถ่วงเอาไว้ 

จะใครที่ไหนล่ะ…วันจักร์เอง 

“ผมอยากให้พี่คิดถึงพี่วิกับลูกในท้องให้เยอะๆ ถ้าขืนยังอยู่กันที่นี่ ชาตินี้พี่กับพี่วิก็อย่าหวังว่าจะได้สมหวังกันแน่ ถึงยังไงป้าศรีก็ไม่มีทางยอมให้พี่แต่งงานกับพี่สาวผม” 

สิ้นคำพูดของวันจักร์…ป๋อที่กำลังสับสนก็ยืนคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนที่ความรักที่มีต่อวิยะดาจะเอาชนะความรู้สึกผิดบาปต่อบุพการี 

“ได้…พี่ตกลง” 

หลังป๋อพูดจบวันจักร์ก็เอาซองยาที่เตรียมมายัดใส่ในมือของป๋อก่อนจะเปิดประตูห้องน้ำแล้วเดินออกมาราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น พลางยิ้มอย่างมีความสุขที่อีกไม่นานเขาจะได้เห็นนางศรีอกแตกตาย 

********** 

“วัน…นี่มันเรื่องใหญ่มากนะ! เธอทำอะไรทำไมไม่ปรึกษาพี่ก่อน!? 

วิยะดาถามน้องชายเสียงเครียดหลังจากที่ได้รู้ว่าเขาเพิ่งไปวางแผนอะไรกับป๋อมา การหนีตามผู้ชายมันเป็นเรื่องใหญ่มากสำหรับลูกผู้หญิงคนหนึ่ง เพราะหากทำจริงเธอจะต้องถูกตราหน้าว่าเป็นผู้หญิงใจง่ายที่ร่านหนีตามผู้ชาย ครอบครัวของเธอจะต้องอับอายมากกว่าที่เป็นอยู่ตอนนี้เสียอีก 

แต่อีกใจหนึ่ง…วิยะดาก็รักป๋อมากเหลือเกิน เพราะป๋อคือรักแรกและตั้งใจจะให้เป็นรักสุดท้ายของเธอ ความสัมพันธ์ของป๋อและวิยะดาเริ่มต้นขึ้นในวันวาเลนไทน์เมื่อสองปีก่อน ตอนนั้นเธอเรียนอยู่ชั้น ม.4 และเป็นช่วงใกล้สอบปลายภาคเรียนที่สอง ตอนนั้นมีผู้ชายทั้งรุ่นพี่รุ่นน้อง รวมไปถึงทอมบอยผมซอยสั้นนำดอกกุหลาบ ช็อกโกแลต จดหมายสารภาพรัก รวมถึงตุ๊กตาไซซ์ต่างๆ มาให้พร้อมติดสติ๊กเกอร์รูปหัวใจเต็มเสื้อของเธอไปหมด 

แต่ป๋อนั้นกลับแตกต่างออกไป…เขาไม่ได้นำสิ่งใดมาให้เธอนอกจากแกงอ่อมไก่แบบเหนือถุงหนึ่ง เขาคุกเข่าลงตรงหน้าเธอกลางโรงอาหารก่อนจะก้มหน้างุด แล้วพูดออกมาเสียงดังลั่นว่าเขาตั้งใจทำแกงถุงนี้มาให้และหวังว่าเธอจะกินมันอย่างมีความสุข พูดเสร็จชายหนุ่มก็รีบวิ่งหนีไป ซึ่งสร้างความขำขันให้กับทุกคนในโรงอาหารนั้น แต่สำหรับวิยะดาแล้วมันทำให้เธอประทับใจในตัวของป๋อมากทีเดียว 

หลังจากนั้นทั้งคู่ก็เริ่มพูดคุยกันอย่างจริงจังโดยใช้การเขียนจดหมายหากันแทนการโทรศัพท์คุยกันหรือพิมพ์ข้อความหากันผ่านโปรแกรมแชท ป๋อให้เหตุผลว่าการติดต่อกันยากจะทำให้ความรู้สึกรักในใจมันยิ่งมีความหมายขึ้น จนทั้งสองตกลงคบหากันในฐานะคนรัก 

แต่ทว่าความรักของพวกเขาก็ไม่ได้ง่ายเลย พวกเขาไม่สามารถมีเวลาพบปะกันเฉกเช่นคนรักวัยเดียวกันจะทำได้ เพราะกลัวผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายจะรู้เข้าและจะห้ามไม่ให้ทั้งคู่คบกัน นั่นทำให้ทั้งสองต้องแอบนัดเจอกันในเมืองทุกสัปดาห์โดยเอาการเรียนพิเศษมาบังหน้า 

จนเมื่อคืนวันลอยกระทง วิยะดาที่ได้รับหน้าที่เป็นนางนพมาศนั่งบนขบวนรถแห่ที่ตกแต่งด้วยใบตองที่พับเป็นจีบสวย ดอกบัวสีชมพูอ่อน และดอกไม้หลากสีจัดเป็นพุ่มสวยงามตา ก็ได้ลอบมาพบกับป๋อที่สวมชุดม่อฮ่อมสีขาวคาดด้วยผ้าขาวม้าที่เอวราวกับหนุ่มลานนาในอดีต 

ป๋อพาวิยะดาไปลอยกระทงริมกว๊านพะเยา แสงไฟจากโคมไฟกระดาษที่แขวนอยู่ตามต้นไม้ให้แสงสว่างอ่อนๆ สร้างบรรยากาศให้ชวนฝัน ทั้งสองยกกระทงขึ้นจรดหน้าผากอธิษฐานว่าขอให้สมรักกันในชาตินี้ ก่อนจะลอยโคมเหมือนที่คู่รักรอบข้างทำกัน 

จากนั้นทั้งสองก็พากันไปไหว้พระขอพรพร้อมสาบานรักกันต่อหน้าองค์พระเจ้าตนหลวงในวัดศรีโคมคำ พระพุทธรูปนั่งดินองค์ใหญ่อันลือเลื่องถึงความศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวพะเยาให้ความนับถือ แล้วค่อยพากันไปหาที่แห่งความสงบที่มีเพียงสองเรา ทั้งคู่นั่งอิงซบกันอย่างคนที่ความรักสุกงอมเต็มที่นั่งมองโคมที่ลอยละล่องอยู่บนฟ้าราวกับกลุ่มดาวสีส้ม 

จากอิงซบก็กลายเป็นซุกไซร้ สองหนุ่มสาวแลกกันชิมรสสวาทด้วยริมฝีปากและลิ้นที่ตวัดกวัดไกว กลิ่นกายสาวนั้นเย้ายวนให้ความกลัดมันในกายหนุ่มนั้นพลุ่งพล่าน ในขณะที่สัมผัสอุ่นจากกายของชายหนุ่มก็ทำให้หญิงสาวเกิดความรู้สึกวาบหวามเคลิบเคลิ้มในอารมณ์จนห้ามไม่อยู่ ทั้งสองปล่อยอารมณ์ให้เตลิดไปไกลตามใจปรารถนา 

เมื่อมีครั้งแรก…ครั้งที่สอง ที่สาม ก็ตามมา ทั้งป๋อและวิยะดาแอบได้เสียกันอยู่หลายหนด้วยอารมณ์เสน่หาราคะแห่งวัยหนุ่มสาว ทั้งไปเปิดโรงแรมในเมือง ในกระท่อมร้างหลังหมู่บ้าน หรือแม้แต่ในห้องเรียนหลังโรงเรียนเลิก จนวิยะดาเกิดตั้งครรภ์ขึ้นมา 

ในตอนแรกวิยะดากลัวว่าเขาจะทิ้งขว้างเธอเหมือนกับวัยรุ่นหลายคนในโรงเรียนเธอที่ท้องแล้วหาพ่อไม่ได้ แต่ป๋อไม่ใช่แบบนั้น…เขาพาเธอไปขอขมานางสายใจทันทีพร้อมสัญญาว่าจะรับผิดชอบเธอและลูกในท้องให้ดีที่สุด ซึ่งหากไม่มีนางศรี…ป่านนี้เธอกับเขาคงได้ผูกข้อไม้ข้อมือกันไปแล้ว เธอเองก็คงไม่ต้องแบกรับความอับอายในฐานะอีสาวใจง่ายที่ท้องก่อนวัยอันควรแบบนี้ 

ถ้าหนีไป…อะไรอะไรจะง่ายกว่านี้หรือเปล่านะ วิยะดาแอบคิดขึ้นมาในใจ 

“คิดอะไรมากล่ะพี่ ถ้าพี่รักเขาพี่ก็ไปกับเขาซะ อย่างน้อยก็ดีกว่าอยู่ที่นี่…นอกจากจะไม่ได้แต่งแล้ว พ่อของลูกพี่จะไปเป็นผัวคนอื่นด้วย” วันจักร์กล่าว 

นั่นสิ…ถ้าเธอไม่หนีวิยะดาก็ไม่มีทางได้สมรักกับป๋อ ไม่มีหนทางเลย ไม่มีทางไหนจะดีไปกว่านี้อีกแล้ว แต่ถึงอย่างนั้นหญิงสาวก็ยังคงลังเลอยู่ 

“พี่ฟังผมนะ ผมรู้ว่าพี่กลัวคนจะนินทา กลัวว่าแม่จะขายขี้หน้าคนอื่น แต่เรื่องมันมาถึงขนาดนี้แล้ว ปากคนยาวกว่าปากกาคนมันจะนินทายังไงมันก็ต้องพูด ถ้าพี่คอยแต่ห่วงนั่นห่วงนี่แล้วเมื่อไหร่พี่จะมีความสุขล่ะ?” 

ใช่…ไม่ว่าเธอเลือกทางไหนคนก็นินทาอยู่ดี สู้เธอเลือกทางที่ทำให้เธอมีความสุขไม่ดีกว่าหรือ วิยะดาตัดสินใจแล้ว…เธอจะหนีไปกับชายคนรัก ไปสร้างครอบครัวกับเขาในที่ที่ไม่มีคนรู้จัก ไปในที่ที่ไกลหูไกลตานางศรี…แม่ของป๋อที่เป็นเสมือนตัวมารขวางทางรักของคนทั้งคู่ 

*********** 

ป๋อทำตามแผนที่วันจักร์บอกให้ทำทุกอย่าง…แม้สิ่งนั้นมันจะทำให้ชายหนุ่มรู้สึกผิดบาปในใจไม่น้อยก็ตาม แต่นางศรีผู้เป็นแม่ใจร้ายกับเขาเกินไป แม่คิดจะฆ่าลูกในท้องของวิยะดาซึ่งก็คือหลานของตัวเองได้ลงคอ ถ้าแม่บอกว่าทำเพราะรักเขา ป๋อเองก็รักลูกของตัวเองเช่นกัน 

เขาหาโอกาสเหมาะใส่ยานอนหลับที่ได้รับจากวันจักร์ในแกงแคหนังหมู…อาหารมื้อเย็นที่แม่ตั้งใจทำเพื่อให้คนทั้งบ้านได้กินกัน จนมั่นใจว่านางศรีและคนทั้งบ้านหลับใหลด้วยฤทธิ์ยาแล้ว เขาจึงเก็บเสื้อผ้าอย่างลวกๆ ใส่กระเป๋าเป้ พร้อมหยิบเอกสารบางส่วนเท่าที่จำเป็นต้องใช้ไปด้วยเพราะด้วยเงินเก็บเพียงไม่กี่พันบาท กับสร้อยทองที่แม่ให้มาคงพอแค่ให้เขาหาที่อยู่ที่กินในกรุงเทพฯ ได้ แต่ถึงอย่างไรเขาก็ต้องหางานทำเลี้ยงลูกกับเมียอย่างลูกผู้ชายคนหนึ่ง 

ก่อนก้าวขาพ้นธรณีประตู…ป๋อหันหลังกลับไปมองแม่ที่มานอนเฝ้าเขาถึงในห้องซึ่งตอนนี้กำลังหลับใหลไม่ได้สติอยู่บนเตียง พลันน้ำตาของลูกผู้ชายที่ก็ไหลรินลงมาอาบแก้ม 

เมื่อมองดูจากตรงนี้แม่แก่ตัวลงไปมากกว่าตอนที่เขาเป็นเด็ก คำสัญญาที่เขาเคยให้ไว้กับแม่ว่าจะเลี้ยงดูแม่ในบั้นปลายก็อาจจะไม่มีโอกาสได้ทำอีกแล้ว ชายหนุ่มเดินกลับไปแล้วนั่งคุกเข่าลงที่ปลายเตียง ก่อนจะกราบลงแทบเท้าแม่ผู้ให้กำเนิดด้วยความเจ็บปวดหัวใจยิ่งจนน้ำตาที่พรั่งพรูนั้นหยดลงบนเท้าของนางศรี 

มันไม่มีทางอื่นแล้วจริงๆ ไม่มีแล้วจริงๆ 

ป๋อตัดใจลุกขึ้นแล้วเดินออกจากบ้านไปทันทีโดยไม่หันกลับมามองเพราะกลัวจะอาลัยอาวรณ์ ก่อนจะรีบไปยังตลาดแม่ใจก่อนเวลาเที่ยงคืนซึ่งเป็นจุดนัดหมายที่วันจักร์ได้บอกเอาไว้ 

เมื่อไกลถึงเขาก็เห็นรถเก๋งสีขาวคันหนึ่งจอดรออยู่ ข้างรถคันนั้นมีวันจักร์และวิยะดายืนชะเง้อมองอย่างร้อนใจ ก่อนที่วิยะดาจะหันมาเห็นเขา จากใบหน้าที่เต็มไปด้วยความวิตกกังวลนั้นก็กลายเป็นยิ้มด้วยความโล่งใจ 

เพียงได้เห็นหน้าของวิยะดา…ความรู้สึกผิดในใจของเขาที่มีต่อแม่ก็หายไปโดยพลัน แปรเปลี่ยนเป็นความคิดถึงและโหยหา เขาวิ่งเข้าไปกอดวิยะดาอย่างเต็มรักในขณะที่หญิงสาวนั้นสะอื้นไห้ตัวโยนอยู่ในอ้อมแขนของเขา 

ป๋อไม่รู้เลยว่าวิยะดาต้องแบกรับความกดดันอะไรบ้างในยามที่เขาไม่อยู่…แต่ดูจากร่างกายที่ผอมบางลงไปอย่างเห็นได้ชัดและสายตาอมโศกไร้แววสดใสดั่งสาวแรกรุ่นคนอื่น วิยะดาก็คงทุกข์ใจมากทีเดียวจนเขาไม่อยากจะคลายอ้อมกอดจากเธอเลย 

“มัวแต่กอดกันอยู่นั่นแหละ รีบขึ้นรถสิ…เดี๋ยวคนมาเห็นเข้าจะไม่ได้ไปนะ” 

คนอื่น…ที่วันจักร์พูดถึงคือพวกชาวบ้านที่ชอบสอดรู้สอดเห็น โดยเฉพาะพรรคพวกของนางศรี ซึ่งถ้ามาเห็นเข้ารับรองได้เลยว่าเป็นเรื่องแน่ 

สิ้นเสียงท้วงของวันจักร์…ทั้งสองก็คลายอ้อมกอดจากกัน วิยะดาจึงหันมาขอบคุณน้องชายที่ช่วยให้เธอได้สมหวังในรัก และหากเธอกับป๋อตั้งหลักได้เมื่อไหร่ก็จะส่งข่าวกลับมาบอกให้วันจักร์รู้ทันที พร้อมกับฝากฝังให้เขาดูแลนางสายใจให้ดีแทนตัวเองที่เป็นลูกเนรคุณด้วย ผู้เป็นน้องชายรับคำ แต่ก็ยังไม่ลืมที่จะให้ป๋อสัญญาว่าจะดูแลพี่สาวของเขาให้ดีซึ่งป๋อก็สัญญาทันทีโดยไม่ลังเล ก่อนที่วันจักร์จะให้ทั้งสองขึ้นรถเก๋งซึ่งเขาลงทุนจ้างมาจากเชียงรายเพื่อไม่ให้การหนีของคนทั้งคู่นั้นแพร่งพรายออกไป 

วันจักร์ยืนมองรถยนต์ที่ค่อยๆ เคลื่อนตัวออกจากหลังตลาดแม่ใจไปด้วยความโล่งอกและดีใจ เขาหวังว่าป๋อจะดูแลพี่สาวของเขาเป็นอย่างดี หวังว่าหลังจากนี้วิยะดาพี่สาวของเขาจะไม่ต้องร้องไห้อีกแล้วและมีความสุขกับผู้ชายที่ตัวเองรักเสียที… 

คอมเมนต์

Chapter List