ONE LOVE ตอนที่ 4

Reader Settings

Size :
A-16A+

ตอนที่4 “ปีนบ้านไปจูบเธอ” [เธย์&เธียร]

 

ตอนที่4  

“ปีนบ้านไปจูบเธอ” 

  

  

“หึหึ เด็กดื้อของปี๊” 

“เสี่ยหวัดดีครับ!”  

ในขณะที่เสี่ยวิเชียรกำลังส่ายหน้ายิ้มให้กับความดื้อเอาแต่ใจแบบเด็กๆ ของเธียรลูกชายสุดที่รักที่เดินหัวฟัดหัวเหวี่ยงหายไปยังทางไปบ้านพักนักมวย จู่ๆ ก็มีเสียงที่คุ้นหูดังขึ้นจากทางด้านหลัง เสี่ยวิเชียรจึงรีบหันไปมอง 

“อะ…อ้าว! อาเธย์! ไปไงมาไงวะนั่น” 

“แหะๆๆ พอดีผมตั้งใจมาหาเสี่ยแล้วก็มีเรื่องคุยกับไอ้เธียรนิดหน่อยครับผม” 

“หึหึ รอยตามหน้านั่นคงไม่ต้องให้ฉันตามสืบสินะว่ามาจากใคร” เสี่ยวิเชียรส่ายหน้าไปมาเบาๆ ที่เห็นรอยฟกช้ำดำเขียวบนใบหน้าหล่อๆ ของเธย์ และมันก็ทำให้เสี่ยแกรู้ได้ในทันทีว่าคนที่สามารถทำรอยแบบนี้บนใบหน้าเธย์ได้ก็มีเพียงอาลูกหนูลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของเขาคนเดียวเท่านั้น 

“ลูกชายเสี่ยหมัดหนักไม่เบาเลยครับ เอะอะก็ลงไม้ลงมือกับผมตลอดเลย แต่ว่าไม่เป็นไรครับ…ผมทนได้” เธย์พูดไปยิ้มไป  

“เอ็งนี่ก็จริงๆ เลย นี่ถ้าอาลูกหนูเป็นผู้หญิงล่ะก็ ฉันคงคิดว่าเอ็งตกหลุมรักชอบลูกชายฉันแล้วนะ” 

กึก! 

O_O 

“ผม…” เธย์ถึงกับเลิ่กลั่ก แต่ด้วยความที่เสี่ยวิเชียรไม่เคยคิดว่าผู้ชายจะชอบกันได้เสี่ยแกเลยไม่ได้สนใจเรื่องพวกนี้ รีบพูดถามเธย์ออกไปเรื่องที่เธย์บอกว่าตั้งใจมาหาตน 

“แล้วนี่มาหาฉันมีเรื่องอะไรงั้นหรือ” 

“อ่อ! เดือนหน้าทางวิทลัยให้ออกฝึกงาน ผมอยากจะมาขอฝึกงานที่ค่ายมวยของเสี่ยครับ” 

แปะ แปะ! 

“หึหึ ไม่มีปัญหา วันก่อนอาลูกหนูก็เล่าให้ฉันฟังอยู่เหมือนกันว่าเดือนหน้าจะขอฝึกงานอยู่ที่บ้าน” เสี่ยวิเชียรตบไหล่กว้างของเธย์แปะๆ แล้วยิ้มให้ด้วยความเอ็นดู 

เสี่ยวิเชียรรักเธย์เหมือนลูกเหมือนหลานคนหนึ่ง เธย์เองเสี่ยก็เห็นมาตั้งแต่เด็กๆ แถมชีวิตยังน่าสงสารโตมากับหลวงตาที่วัดท้ายหมู่บ้านพ่อแม่ก็ไม่มี ดังนั้นอะไรที่เสี่ยพอจะช่วยได้เสี่ยวิเชียรจึงยินดีช่วยเหลือ 

“ขะ…ขอบคุณมากนะครับเสี่ย” เธย์รีบยกมือไหว้พ่อตา เอ๊ย! ไหว้เสี่ยวิเชียรแล้วยิ้มออกมาด้วยความดีใจแบบสุดๆ  

“ดีใจขนาดนั้นเชียว” 

“ครับ! ขอบคุณเสี่ยอีกรอบนะครับ นี่ถ้าเสี่ยไม่รับผม ผมคงต้องได้ไปฝึกงานในเมือง ไหนจะค่าเดินทาง ค่าที่พัก ค่า…”  

“เออๆ ไม่ต้องเล่าถึงขนาดนั้นก็ได้เว้ย! มีอะไรช่วยกันได้ก็ช่วยกันไป เอ็งก็เหมือนลูกเหมือนหลานข้าคนหนึ่ง อีกอย่างฉันก็อยากได้คนมาช่วยงานอยู่เหมือนกัน” 

“ผมจะตั้งใจทำงาน จะไม่ทำให้เสี่ยผิดหวังที่รับผมมาฝึกงานที่นี่ครับ!” เธย์พูดออกมาเสียงหนักแน่น แน่วแน่ ส่วนภายในใจของเธย์นั้นหัวใจของเขามันพองโตแบบสุดๆ ที่รู้ว่าจะได้อยู่ใกล้ชิดกับเธียรทุกวัน 

“หึหึ ข้าเชื่อใจเอ็งอยู่แล้ว ถ้าไม่มีอะไรแล้วข้าขอตัวล่ะนะ” 

“เอ่อ เสี่ยครับ!” 

“หื้ม…” 

“ผมขออนุญาตไปหาไอ้เธียรที่บ้านพักได้มั้ยครับ” 

  

* 

  

เวลา 20.00 น.  

ณ บ้านพักนักมวย ค่ายวิเชียรไชย 

  

“ฮึกฮือ…” 

“เชี่ยสน! มึงจะร้องหาพระแสงอะไรวะ” ชาติพูดขึ้นในขณะที่กำลังแบกบันไดไม้ไผ่ยาวกว่าห้าเมตรเดินไปยังบ้านพักหลังในสุด ซึ่งนั่นก็คือบ้านพักของเธียรลูกพี่ของเขานั่นเอง 

“ฮึก! ก็ผมกลัวลูกพี่เธียรเล่นงานเราอีกหนิครับ ฮือ…เมื่อเย็นนี้พี่ยังไม่ ขะ…เข็ดอีกหรือไง!” สนพูดไปยกหลังมือปาดน้ำตาไปอย่างน่าสงสาร 

“กูก็กลัวไม่ต่างไปจากมึงหรอกน่า แต่นี่ก็ลูกพี่เธย์นะเว้ย!” ชาติพูดขึ้นเพราะก่อนที่เขาจะมาเป็นนักมวยค่ายเสี่ยวิเชียรตอนสมัยเรียนมัธยมต้นเขาก็เป็นลูกสมุนของเธย์มาก่อน พอเธย์ขอความช่วยเหลือเขาจึงไม่สามารถที่จะปฏิเสธเธย์ได้ถึงแม้ว่าเธย์จะเป็นเพียงอดีตลูกพี่ของเขาก็เถอะ 

“ไม่รู้ล่ะ! ละ…ลูกพี่เธย์ จะ…ใจดีนี่นา ฮึก! แต่ลูกพี่เธียรผมกลัว ฮ่าาา ฮือออ…อื้อ!” ชาติหยุดเดินแล้วรีบวางบันไดลงก่อนจะเดินเข้ามาเอามือปิดปากของสนเอาไว้ เมื่อจู่ๆ สนก็ร้องไห้โฮออกมาเสียงดัง 

“เชี่ยสนถ้ามึงไม่หยุดร้องแล้วลูกพี่เธียรได้ยินนะ กูว่าคราวนี้แหละ มึงกับกูจะโดนหนักกว่าเมื่อตอนเย็น หน้าที่ของเราตอนนี้แค่เอาบันไดมาส่งให้พี่เธย์แล้วก็กลับ เพราะฉะนั้นมึงอย่าเสียงดังไปเข้าใจมั้ย!” ชาติพูดกระซิบบอกสนด้วยหัวใจที่เต้นตุ๊มๆ ต่อมๆ เพราะเขาเองก็กลัวไม่ต่างจากสนเลยสักนิด 

“ฮึก! กะ…ก็ได้! แต่ว่าเรารอพี่เธย์กลับมาก่อนดีมั้ยพี่ชาติ นะครับ ฮึก!” สนสะอึกสะอื้นพยายามเงียบเสียงร้องคุยกับชาติอย่างเบาที่สุด 

“เออ เอางั้นก็ได้ กูเองก็ไม่กล้าพรวดพราดเข้าไปเหมือนกันว่ะ แล้วนี่ลูกพี่เธย์ไปไหนของเขาวะ” ชาติพูดถามสนเพราะก่อนที่เธย์จะหายตัวไปตอนนั้นชาติกำลังไปหาบันไดให้เธย์อยู่ มีเพียงสนที่อยู่กับเธย์สองคน 

“พะ…พี่เธย์ไปซื้อของกิน หะ…ให้ลูกพี่เธียรฮับ! อึก!” สนสะอึกสะอื้นพูดออกมาอย่างน่ารัก ชาติเองก็อดยิ้มออกมาไม่ได้ ถึงในใจจะกลัวและหวาดระแวงอยู่แต่ภาพตรงหน้านั้นมันทำให้ชาติดึงตัวของสนเข้ามากอดปลอบ เวลาผ่านไปไม่ถึงห้านาทีเธย์ก็กลับมาพร้อมกับกระเป๋าย่ามสะพายข้างที่มีถุงขนมและของกินเต็มกระเป๋าอยู่ในนั้น  

เธย์เองก็เข้าใจชาติและสนดีและเขาก็ไม่อยากให้ทั้งสองมาซวยเพราะเขาอีกเธย์จึงบอกให้ชาติและสนแยกย้ายกันกลับบ้านพักไปพักผ่อน ส่วนเขารีบแบกบันไดแล้วเดินดุ่มๆ ลัดเลาะป่าหลังบ้านตรงไปยังบ้านพักของเธียร ความจริงเธย์เองมาถึงบ้านพักของเธียรนานแล้วแต่หน้าบ้านนั้นเธียรล็อกกรงเหล็กเอาไว้จึงทำให้เขาเข้าไปหาเธียรทางหน้าบ้านไม่ได้เนื่องด้วยไม่มีกุญแจเปิด  

และมันก็ไม่มีทางอื่นแล้วจริงๆ นอกจากหน้าต่างข้างตัวบ้าน และที่ต้องลัดเลาะป่าละเมาะแบกบันไดมานั้นก็เพราะมันเป็นทางเดียวที่จะทำให้ทุกคนไม่ผิดสังเกต หากแบกบันไดเดินไปตามทางเดินดีๆ แล้วละก็ ได้เป็นเรื่องแน่นอน 

ทันทีที่มาถึงบ้านพักของเธียรเธย์ก็ได้ยินเสียงอาบน้ำบนบ้านทำให้เธย์รู้ว่าเธียรคงกำลังอาบน้ำอยู่ ร่างสูงรีบยกบันไดก่ายไปยังหน้าต่างบ้านของเธียรที่ยกสูงรอเอาไว้และความยาวของบันไดไม้ไผ่ที่ชาติไปหามามันก็ยาวพอดิบพอดีกับองศาหน้าต่างแบบเป๊ะเว่อ และนั่นมันทำให้เธย์ยิ้มออกมาที่จะได้เจอหน้าเธียร 

แปะ แปะ แปะ! 

“ยุงเยอะจังวะ คราวหน้าสงสัยคงต้องพกยากันยุงติดมาด้วยแล้ว” เธย์บ่นพึมพำพร้อมกับนั่งตบยุงแปะๆ อยู่ใต้ถุนบ้านของเธียร ตอนนี้ตามแขนตามขาตามหน้าตามตาของเธย์มีแต่รอยยุงกัดเต็มไปหมดแต่เขาก็ทนได้ 

ยิ่งนึกถึงใบหน้าของเธียรตอนถูกตนจูบยิ่งนึกถึงสัมผัสอ่อนนุ่มจากริมฝีปากของเธียรมันก็ยิ่งทำให้เธย์อดใจที่จะเจอหน้าของเธียรไม่ไหวแล้ว ยิ่งรู้ว่าตนได้ครอบครองจูบแรกของเธียรแล้วด้วยมันยิ่งทำให้เธย์มีความสุขแบบสุดๆ จนวินาทีที่เสียงอาบน้ำบนบ้านเงียบลง เธย์ยิ้มเผล่ไม่รอช้ารีบปีนบันไดไต่ขึ้นไปยังหน้าต่างบ้านพักของเธียรในทันที 

โคร่กกกก!! 

ทันทีที่ร่างเพรียวเดินออกมาจากห้องน้ำด้วยเนื้อตัวที่เปลือยเปล่าท้องแบนราบที่แน่นไปด้วยลอนซิกซ์แพ็กก็ส่งเสียงร้องทักท้วงออกมาเสียงดัง 

“หิวชะมัด! ไม่น่าบอกปี๊เลยว่าไดเอท!” เธียรเดินลูบท้องตัวเองป้อยๆ มายืนอยู่ที่หน้ากระจกแล้วมองไปที่กลางกายของตนที่สงบนิ่งเป็นหนอนน้อยน่ารัก  

“ลูกพ่อหงอยเลย…” เธียรพูดกับเธียรน้อยลูกชายของเขาก่อนจะเอาผ้าขนหนูที่พาดบ่ามาเช็ดตัวให้แห้งจากนั้นก็เอาผ้ามาพันที่เอวคอดกิ่วแล้วนั่งลงที่หน้ากระจกโต๊ะเครื่องแป้ง และจังหวะนั้นเสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นมาสามครั้งติด  

ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก! 

“…” ร่างเพรียวยิ้มเผล่แลบลิ้นออกมาเลียริมฝีปากอย่างน่ารัก เมื่อคิดว่าเป็นปี๊แน่ๆ ที่เคาะห้องเรียกให้ไปทานข้าว แต่ด้วยความกลัวว่าจะเสียฟอร์มเธียรเลยเก๊กทำเป็นเสียงเข้มแล้วพูดตอบคนเคาะห้องออกไปว่า… 

“ปี๊! หนูบอกแล้วไงว่าห้ามให้ใครมากวนหนูอ่ะ!” 

พูดเสร็จร่างเพรียวก็ยิ้มแป้นมองไปยังประตูห้องก่อนจะหันหน้ากลับมามองภาพสะท้อนของตัวเองยังหน้ากระจกต่อ มือเรียวรีบรวบผมข้างหน้าที่ปกหน้าผากขึ้นแล้วใช้หนังยางสีดำมัดจุก ก่อนจะบีบขวดเซรั่มครีมบำรุงผิวเทลงฝ่ามือแล้วทาหน้าอย่างเร็ว เพื่อรอเสียงเคาะห้องอีกรอบ 

ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก! 

“เคาะได้เคาะไปยังไงหนูก็ไม่เปิดให้ปี๊หรอก” เธียรพูดไปยิ้มไปอย่างวางฟอร์ม 

ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก! 

“…” 

ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก! 

“ไม่สน! ไม่กิน! ไม่หิว!”  

ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก! 

“จิ๊!” เธียรแสร้งทำเป็นหงุดหงิดก่อนจะรีบลุกขึ้นจากเก้าอี้หน้ากระจกแล้วเดินไปยังหน้าประตูห้องอย่างเร็วเพราะตอนนี้เขาหิวไม่ไหวแล้ว 

ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก! 

“เอ๊ะ! เสียงมันไม่ได้มาจากประตูนี่นา” 

ขวับ! 

ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก! 

กึก! 

O_O 

ร่างสูงเริ่มใจคอไม่ดีเมื่อตอนนี้รู้ต้นตอของเสียงแล้วว่ามันไม่ได้มาจากประตูห้องแต่มันมาจากบานหน้าต่างไม้ข้างเตียงนอนที่ปิดอยู่ 

“คะ…ใครอะ!” 

“…” ไร้เสียงตอบรับ 

ก๊อก! ก๊อก! 

เสียงเคาะบานหน้าต่างดังขึ้นอีกครั้ง เธียรรู้แล้วว่ามันเริ่มไม่ปกติแล้ว เพราะห้องของเขานั้นเป็นบ้านเรือนไทยยกสูง ด้วยความที่บ้านเป็นค่ายมวยดัง และพ่อของเธียรดูแลนักมวยทุกคนเป็นอย่างดีโดยเฉพาะเรื่องที่หลับที่นอนพ่อของเธียรจึงสร้างที่พักให้นักมวยในค่ายอยู่กันเป็นบ้านไม้ทรงไทยเป็นหลังๆ แบบรีสอร์ต 

รวมถึงบ้านพักของเธียรลูกชายสุดที่รักเองก็ด้วยที่อยู่หลังในสุดและเป็นหลังที่ใหญ่สุดของบ้านพักนักมวย ส่วนพ่อและแม่ของเธียรนั้นจะอยู่บ้านใหญ่หลังยิมซึ่งก็อยู่ไม่ไกลจากตรงนี้มากนักเดินไปเพียงไม่กี่ก้าวก็ถึง 

ก๊อก! ก๊อก! 

เสียงเคาะบานหน้าต่างไม้ดังขึ้นอีกรอบคราวนี้เธียรไม่รีรอเพราะเขาเป็นคนไม่กลัวอะไรอยู่แล้ว จะคนหรือผีเขาก็ไม่กลัวทั้งนั้นแต่ในใจลึกๆ ก็แอบหวั่นใจอยู่บ้างเพราะหน้าต่างนี้มันอยู่สูงมากถ้าเป็นคนไม่มีทางปีนขึ้นมาได้อย่างแน่นอนถ้าไม่ใช้บันไดไต่ขึ้นมา และถ้ามันไม่ใช่คนแต่เป็นช้อยส์ที่สองตรงนี้แหละที่มันทำให้เธียรหวั่นใจอยู่ลึกๆ 

“เป็นไงเป็นกันวะ! ผีก็ผีเถอะ! ไอ้เธียรจะต่อยให้ร่วงเลย! คนยิ่งโมโหหิวอยู่ ปี๊นะปี๊นี่ลูกในไส้แท้ๆ ไม่ห่วงกันบ้างเลย” 

ร่างเพรียวเดินอาดๆ ไปยังบานหน้าต่างอย่างไม่กลัวเกรงก่อนจะแหวกผ้าม่านมามัดแล้วปลดกลอนหน้าต่างเปิดออกไปในทันที 

แกร๊ก! 

“ใครวะ!” ทันทีที่ประตูหน้าต่างเปิดออกเธียรก็มองซ้ายมองขวาก็ไม่เจอใครนอกจากความมืดและในจังหวะที่เขากำลังจะก้มมองดูข้างล่างนั้นก็มีบางสิ่งบางอย่างโผล่พรวดขึ้นมาอย่างรวดเร็วก่อนจะรวบตัวของเธียรดึงเข้าไปหาแล้ว… 

พรึ่บบบบ! 

หมับบบบ!! 

O_O 

เหวอ!! 

จุ๊บบบบ…จ๊วบบบบบบ!! 

“อึก! อื้ออออ….” ทันทีที่มีบางอย่างมาประกบปากจูบเขากำปั้นของเธียรมันก็ลอยไปแบบอัตโนมัติ เธียรต่อยเข้าไปที่หน้าของคนที่มันจูบตนสุดแรงเกิด 

ผลั๊วะ!! 

ตุ๊บบบบบบบ!! 

ทันทีที่กำปั้นของเธียรซัดเข้าไปที่คนข้างหน้าแบบเต็มๆ โจรขโมยจูบก็หงายหลังตกบันไดดังตุ๊บ! นอนแอ้งแม้งกองอยู่ที่พื้นหญ้าข้างล่างบ้านอย่างหมดสภาพ 

“โอ๊ยยยยยย! อึก!” เธย์นิ่วหน้านอนตัวกอกุมท้องเพราะจุกแบบสุดๆ  

“เชี่ยเธย์!!” 

O_O 

ส่วนเธียรตอนนี้ตาโต หัวใจหล่นวูบที่เห็นว่าเป็นเธย์ 

“อึก…” ตอนนี้เธย์ยังเจ็บอยู่ไม่สามารถพูดออกมาได้ เขาได้แต่นอนนิ่งกับพื้นหญ้าแหงนหน้ามองเธียรที่ยืนมองตนอยู่ที่หน้าต่างชั้นสองของบ้าน เธียรเห็นดังนั้นเขาก็ไม่รีรอเพราะกลัวว่าเธย์จะมานอนตายอยู่ที่บ้านของเขาแล้วจากสายตาของเธียรเองที่กะความสูงดูมันสูงพอสมควรเธย์หงายหลังตกบ้านไปแบบนั้นมันต้องมีแขนหักขาหักเป็นแน่ 

คิดได้แบบนั้นร่างเพรียวก็รีบวิ่งมาเปิดประตูห้องปลดล็อกประตูรั้วเหล็กหน้าบันไดแล้วรีบวิ่งลงมาหาเธย์ด้วยผ้าขนหนูเพียงผืนเดียวที่พันช่วงล่างปกปิดร่างกายเอาไว้ 

“มึงเล่นเหี้ยอะไรของมึงเนี่ยห๊ะ! อยากตายรึไงสัส!!” ทันทีที่เธียรมาถึงตัวของเธย์เธียรก็รีบจับตัวของเธย์ให้ค่อยๆ เอนตัวลุกนั่ง 

“โอ๊ะโอ๊ย! จะ…เจ็บ!” 

ป้าบบบบ! 

เธียรบ้องหูเธย์ไปหนึ่งทีเมื่อตรวจดูร่างกายแขนขาของเธย์ดีแล้วว่าไม่มีอะไรแตกหัก  

“อ๊ะ! ตบกูไมเนี่ย” 

“ก็ตบที่มึงทำอะไรโง่ๆ น่ะสิ!” 

“แหะๆ” เธย์ยิ้มออกมาแห้งๆ เมื่อมองหน้าเธียรในตอนนี้ที่ขมวดคิ้วมุ่นมองมาที่ตนอย่างซีเรียสแถมผมข้างหน้ายังมัดจุกน่ารักเปิดหน้าผากขาว ทำเอาเธย์หัวใจเต้นแรงลืมความเจ็บไปเสียหมด 

ป้าบบบบบ!! 

คราวนี้เธียรบ้องหูเธย์ไปอีกทีแรงกว่าเดิม 

“โอ๊ยยย! เจ็บครับ เจ็บ!” 

“มึงบ้ามั้ยห๊ะ! เจ็บยังมีหน้ามายิ้มอยู่ได้” 

“กะ…กูก็แค่อยากเจอหน้ามึง” 

“มึงอย่ามากวนประสาทกูนะไอ้เธย์ อยากเจอหน้าเหี้ยไรของมึงห๊ะ!” 

“กูพูดจริงนะเว้ย…” เธย์ยังยิ้มไม่หุบสายตามองมาที่หน้าของเธียรตาแทบไม่กะพริบ 

“แล้วเป็นเหี้ยไรต้องมาปีนหน้าต่างบ้านมาจูบกูด้วย มึงต้องการอะไร” 

“กูจะจีบมึง” 

กึก! 

O_O 

“ไอ้เธย์!!” เธียรตาโตกำหมัดแน่นพร้อมง้างหมัดเตรียมต่อยเธย์ 

พรึ่บบบ!! 

ร่างสูงของเธย์รีบลุกพรึ่บขึ้นยืนในทันทีก่อนจะถอยหลังไปสามสี่ก้าวในระยะปลอดภัย 

“หะ…เห้ย! ใจเย็นดิวะ เอะอะก็จะใช้กำลังตลอดเลย” 

“กูให้โอกาสมึง! พูดผิดพูดใหม่ได้นะสัส!” 

“กูพูดจริง คนอย่างไอ้เธย์พูดจริงทำจริงอยู่แล้วเว้ย!” 

“มึง!! กูบอกให้พูดใหม่ไง! พูดใหม่เดี๋ยวนี้เลยนะ!! ไม่งั้นวันนี้มึงได้ตายจริงๆ แน่!” เธียรเดินอาดๆ กำกำปั้นเดินไปหาเธย์อย่างพร้อมบวก ทำเอาเธย์รีบยกมือขึ้นเป็นการยอมแพ้เธียร 

“เออๆ กูยอมแล้ว พูดใหม่ก็ได้” 

“ดี! พูดมา แล้วอย่าพูดอะไรที่ไม่เข้าหูกูอีกนะมึง”  

“อะ”  

พรึ่บบบ! 

เธย์ปลดย่ามสะพายข้างออกจากบ่าแล้วคล้องเข้าที่คอของเธียร 

“เหี้ยไรอีกเนี่ย!” เธียรกำลังจะกระชากย่ามออกจากคอแต่มือหนาของเธย์จับมือของเธียรเอาไว้ 

“ไม่ใช่ระเบิดหรอกน่าาา…กูตั้งใจเอาของมาให้มึง” 

“ของเหี้ยไร!” 

“มึงก็เปิดดูสิ” 

“…” เธียรนิ่งก่อนจะรูดซิปกระเป๋าย่ามสะพายข้างเปิดออก ทันทีที่เปิดออกนั้นถุงขนมถุงใหญ่ที่มีของกินหลายอย่างอยู่ในนั้นก็ปรากฏแก่สายตาของเธียรแถมยังมีกระดาษโน๊ตแปะอยู่หน้าถุงว่า… 

  

>>>กินให้หมดนะครับ ‘หนูเธียร’ ของ ‘พี่เธย์’ #FirstKiss<<< 

จุ๊บบบบ!! 

“ฝันดีนะครับ” 

กึก! 

O_O 

“สัสเธย์!! มึงตายยยยยยยยย!! อย่าหนีนะ!” 

  

 

  

***TBC.  

  

 

 

คอมเมนต์

Chapter List