Will you marry me? สามีของเบบี้ขาร์ค ตอนที่ 6

Reader Settings

Size :
A-16A+

สายไหมที่แสนหวาน

EP.6

สายไหมที่แสนหวาน

 

 

 

รถยนต์หรูติดฟิล์มใสรอบคันขับออกจากกรุงเทพฯ ในเวลาเย็น บรรยากาศรอบนอกเริ่มสลัวลงแต่ภายในกลับเงียบสนิทมีเพียงเสียงลมหายใจของคนคู่หน้าที่นั่งอยู่ข้างกัน

 

“หิวหรือยัง แวะหาอะไรทานกันก่อนเข้าที่พักดีมั้ย?” เสียงทุ้มถามขึ้นขณะขับรถไปด้วย ดวงตาคู่คมเหลือบมองร่างขาวที่เบือนหน้ามองไปนอกกระจกผ่านกรอบแว่นทรงทันสมัย ฉลามแกล้งทำเป็นหลับเพื่อที่จะไม่ต้องเสวนากับอีกคน

 

เห็นดังนั้นเนมจึงจอดรถเข้าข้างทางและหยิบเสื้อคลุมมาห่มให้แม้จะรู้ว่าอีกคนหาทางเลี่ยงที่จะคุยกับเขาด้วยการแกล้งหลับก็ตาม

 

“เอาออกไปนะ!”มือขาวโยนเสื้อที่คลุมร่างคืนให้เจ้าของและทำท่ารังเกียจ

 

“เดี๋ยวนี้เธอมารยาทแย่ลงกว่าแต่ก่อนมากเลยนะ” เนมไม่ได้โกรธหรือต่อว่าคนอายุน้อยกว่า เขาเพียงแค่หยิบเสื้อไปคลุมไว้เบาะด้านหลังตามเดิมเท่านั้น

 

“ทำไมคุณจะต้องเดินทางตอนนี้ด้วย พรุ่งนี้ต่างคนต่างไปก็ได้ ไม่เห็นจำเป็นต้องมาด้วยกันเลย!”

 

ฉลามโวยขึ้น เขาได้รับคำสั่งให้เดินทางไปพบลูกค้าต่างจังหวัดเพื่อดูพื้นที่สำหรับการลงทุนสร้างรีสอร์ตในบริเวณนั้น เรื่องงานเขาไม่มีปัญหาแต่ติดตรงที่ทำไมจะต้องเดินทางร่วมกับผู้ชายคนนี้ด้วย

 

“เจ้าของที่ต้องการให้เราไปถึงพื้นที่ตอนหกโมงเช้า จากกรุงเทพฯ มาที่นี่ต้องใช้เวลาเดินทางกี่ชั่วโมง เธอคิดว่ามันจะทันเหรอ และอีกอย่างเธอก็ไม่รู้จักเส้นทางแถวนี้ด้วยถ้าเกิดหลงขึ้นมาจะทำยังไง” ร่างสูงพลิกตัวเข้าหาฉลามและถามขึ้น หัวคิ้วขมวดเข้าหากัน

 

“ต่างคนต่างมาก็ได้นี่” ฉลามเอนตัวหนีเมื่อคนโตกว่าขยับเข้ามาใกล้

 

“กลางคืนถนนเส้นนี้อันตราย ฉันจะปล่อยให้เธอมาคนเดียวได้ยังไง?” พูดด้วยน้ำเสียงที่จริงจังและจ้องตาฉลามนิ่ง อีกฝ่ายถึงกับต้องหลบสายตาไปเอง

 

“นั่งให้มันดีๆ พี่จะแวะหาอะไรทานข้างหน้าแล้วค่อยเข้าที่พัก” มือเรียวดึงร่างฉลามให้ตั้งตรงเหมือนเดิมก่อนตั้งหน้าตั้งตาขับรถต่อ

 

ฉลามได้แต่เหลือบมองใบหน้าด้านข้างของคนอายุมากกว่าแล้วทำตาปริบๆ สามปีแล้ว..เขายังยอมคนคนนี้ไม่เคยเปลี่ยนจริงๆ ทั้งที่พยายามเข้มแข็งแต่หัวใจกลับไม่เชื่อฟังเสียเลย

 

เนมขับรถผ่านอุทยานหรือสวนสาธารณะประจำเมือง ภายในประดับประดาไฟอย่างสวยงามและยังมีดนตรีพื้นบ้านบรรเลง ร้านรวงมากมายตั้งแผงขายของกันเต็มไปหมดโดยเฉพาะกระทง จริงสิ? วันนี้เป็นวันลอยกระทงนี่นา เขาลืมไปได้ยังไงเนี่ย ฉลามเกาะกระจกรถมองข้างทางด้วยความตื่นเต้นราวกับเด็กๆ

 

เนมสังเกตเห็นอาการของเบบี้ชาร์คก็อดยิ้มไม่ได้ “แวะเข้าไปเดินเล่นหน่อยมั้ย?”

 

“ไม่ล่ะ ผมอยากรีบกลับแล้ว” ฉลามแสร้งไม่สนใจหันกลับมามองด้านหน้าตามเดิมทั้งที่หางตายังมองตามแสงไฟหลากสีอยู่

 

จู่ๆ เนมก็หักพวงมาลัยกลับรถไปอีกฝั่งก่อนขับขึ้นไปและเลี้ยวเข้าไปในงาน ที่จอดรถส่วนใหญ่จะถูกจับจองไว้หมดแล้ว ครึ่งหนึ่งเป็นที่จอดรถมอเตอร์ไซค์ ส่วนรถยนต์ก็หนาแน่นไม้แพ้กัน เนมขับรถวนอยู่ในนั้นเกือบสามรอบยังไม่มีที่จอด กระทั่งฉลามเหลือบไปเห็นรถคันหนึ่งเปิดไฟหน้าและกำลังขับออกมาพอดี มือเรียวรีบสะกิดเรียกคนพี่ด้วยความลืมตัว

 

“พี่เนมๆ คันนั้นออกแล้ว รีบวนไปเร็ว”

 

พอรู้ตัวว่าทำอะไรลงไปฉลามก็ชักมือกลับทันที 

 

เนมยิ้มเล็กน้อยเมื่อฉลามเรียกเขาว่าพี่เหมือนก่อน แม้อีกฝ่ายจะไม่ตั้งใจก็ตาม เขาวนรถกลับไปตามที่ฉลามบอกแต่ไม่ทันเสียแล้ว เมื่อมีรถไร้มารยาทขับย้อนขึ้นมาและเสียบหน้าเข้าไปแทน

 

“เฮ้ย! ทำแบบนี้ได้ไงวะ” ฉลามตั้งท่าจะลงไปต่อว่าคนไร้มารยาทแต่ถูกห้ามไว้ก่อน

 

“ช่างเขาเถอะ เราขับวนใหม่อีกรอบก็ได้คนน่าจะทยอยออกบ้างแล้ว” 

 

“ได้ยังไงกัน พวกเราเห็นก่อนนะ!” ฉลามไม่ยอม คนทยอยออกที่ไหนกัน ยิ่งดึกคนก็ยิ่งแห่กันเข้ามานะสิไม่ว่า

 

ยังไม่ทันที่ฉลามจะลงจากรถเสียงโวยวายด้านนอกก็ดังขึ้นเสียก่อน ทั้งเขาและเนมมองไปตามเสียงนั้น

 

“พวกคุณทำแบบนี้ได้ยังไงกัน เสียชื่อจังหวัดหมด ถอยรถออกมาเดี๋ยวนี้นะ!” ชายวัยกลางคนเข้ามาต่อว่ารถคันดังกล่าวเสียงดัง 

 

“กูจะจอด มึงมายุ่งอะไรด้วย” กลุ่มวัยรุ่นลงมาจากรถและเข้ามาล้อมตัวชายวัยกลางคนไว้ พวกมันเหลือบมองมาทางรถของเนมแวบหนึ่ง “อ้อ..ที่แท้พวกคนกรุงเทพนี่เอง”

 

“ไม่เกี่ยวว่าเป็นคนที่ไหนหรอก แต่พวกคุณขับย้อนมาแย่งที่จอดเขาแบบนี้มันน่าเกลียด” เขาต่อว่ากลุ่มวัยรุ่น

 

“กูไม่ถอย มึงจะทำไมไอ้แก่!” พวกมันเท้าเอวมองชายวัยกลางคนอย่างเอาเรื่อง

 

ฉลามที่อยู่ในรถเริ่มกังวลขึ้นมาแล้วสิ เขากลัวจะเกิดเหตุต่อยกันเพื่อแย่งที่จอดรถเกิดขึ้น “ทำยังไงดี ลุงเขาจะโดนรุมแล้ว” เขาหันไปถามเนม ทว่าจังหวะนั้นก็มีเสียงตวาดดังขึ้นมาเสียก่อน

 

“ก็ไม่ทำไมหรอก หากพวกมึงแตะพ่อกูแม้แต่นิดเดียว กูจะลอยมึงไปกับถังน้ำมันพร้อมกระทงคืนนี้แหละ!” กลุ่มชายฉกรรจ์รูปร่างใหญ่ท่าทางถมึงทึงนับสิบคนก้าวเข้ามาอยู่ด้านหลังชายวัยกลางคน พวกเขาเป็นอาสาสมัครดูแลบริเวณจอดรถที่ใช้จัดงานลอยกระทง

 

กลุ่มวัยรุ่นถึงกับหน้าถอดสีถอยกรูเข้ามารวมตัวกันเอาไว้

 

“ผมได้ยินคุณลุงพูดไม่ชัดเลยลงมาถามดีๆ น่ะครับ” ชายวัยรุ่นพูดขึ้นด้วยท่าทีสุภาพต่างกับก่อนหน้าราวคนละคน

 

“แล้วได้ยินชัดหรือยังล่ะ?!” เสียงกร้าวถามกลับ

 

“คะ..ครับ ชัดแล้วครับ ผมจะรีบถอยรถเดี๋ยวนี้แหละ”

 

กลุ่มชายวัยรุ่นต่างรีบกลับขึ้นไปบนรถแทบไม่ทัน สตาร์ทเครื่องและถอยออกจากตรงนั้นอย่างรวดเร็ว เมื่อที่จอดว่างแล้วชายวัยกลางคนจึงโบกให้รถของเนมและฉลามถอยเข้าไปแทน

 

“ถอยเข้ามาเลยคุณ”

 

เนมถอยรถเข้าจอดโดยมีชายวัยกลางคนช่วยโบกให้ทั้งที่ภายในรถก็มีกล้องหลัง เมื่อจอดสนิททั้งคู่จึงลงมาขอบคุณชายวัยกลางคนที่ช่วยหาที่จอดรถให้

 

“ขอบคุณมากครับคุณลุง”

 

“ไม่เป็นไรไม่ต้องเกรงใจ ไอ้พวกนั้นก็นิสัยเสียจริงๆ ทำแบบนั้นบ่อยเข้าคนต่างถิ่นถึงไม่ค่อยจะมาเที่ยวงานที่อำเภอของเรา” ชายวัยกลางคนพูดพลางถอนหายใจก่อนแบบมือต่อหน้าเนม “ค่าจอดคันละยี่สิบบาท ห้ามค้างคืน”

 

ฉลามมองหน้าเนมก่อนอีกฝ่ายจะล้วงกระเป๋าสตางค์หยิบเงินส่งให้ชายวัยกลางคน

 

“เที่ยวให้สนุกนะไม่ต้องห่วงรถ ลุงกับลูกชายและเพื่อนๆ จะช่วยดูให้เอง ส่วนเงินเนี่ยจะนำไปบริจาคให้วัดเพื่อนำไปบูรณะโบสถ์ต่อ” คุณลุงบอกกับทั้งคู่

 

“ขอบคุณครับ”

 

เนมยิ้มเล็กน้อยให้ชายวัยกลางคนก่อนจูงมือฉลามเข้าไปในงาน อยากสะบัดออกก็ทำได้แต่ฉลามกลับเดินตามอีกคนไปอย่างว่าง่าย

 

“พ่อ” เสียงทุ้มเรียกขึ้น

 

“อะไร?”

 

“ผู้ชายมาลอยกระทงสองคนพ่อว่ามันแปลกมั้ย?”

 

“ไม่เห็นแปลกเลย เขารักกันก็ดีแล้วนี่ เอ็งอย่ามัวสงสัยอะไรไร้สาระอยู่เลย รถมาเยอะแล้ว รีบไปโบกเร็ว!” ชายวัยกลางคนว่าก่อนไล่ให้ลูกชายไปทำงานต่อ

 

 

 

ร่างสูงเดินเข้ามาในงานลอยกระทงอย่างรีบเร่ง ดวงตาคู่คมมองไปรอบบริเวณริมน้ำที่ว่างเปล่า ร้านค้าต่างเก็บแผงกันไปหมดแล้ว เขาลอบถอนหายใจก่อนบังเอิญหันไปเห็นคนตัวขาวยืนอยู่ลำพังจึงแสร้งทำตัวปกติและเดินเข้าไปหา

 

“รอนานมั้ย?”

 

“นัดสามทุ่มมาเที่ยงคืนพี่ว่านานมั้ยล่ะ?” อีกฝ่ายถามกลับน้ำเสียงติดงอน ดวงตากลมสังเกตเห็นเม็ดเหงื่อบนหน้าผากและเสื้อที่ชื้นเหงื่อของอีกฝ่าย

 

“ฉันติดลูกค้า บอกให้เธอกลับไปก่อนนี่นา”

 

“ก็ผมอยากลอยกระทง..” กับพี่ แต่คำหลังฉลามได้แต่คิดอยู่ในใจ

 

“แต่ร้านขายกระทงเก็บหมดแล้ว”

 

“นี่ไง” มือขาวยื่นกระทงใบตองขนาดเล็กที่ประดับดอกไม้ออกมา “ผมซื้อไว้แล้วแต่มีแค่ใบเดียว เราลอยด้วยกันนะ”

 

เนมอดยิ้มกับคนน้องไม่ได้

 

“แต่ผมซื้อขนมสายไหมไม่ทัน” น้ำเสียงเศร้าลงบ่งบอกผิดหวังชัดเจน จนเมื่อเนมยื่นบางสิ่งออกมาให้

 

ระหว่างรีบมาหาฉลามเขาเป็นร้านขายสายไหมริมถนนกำลังเก็บของขึ้นรถพอดี จึงไปขอซื้อมาได้ถุงหนึ่ง

 

“ขอบคุณครับ” ฉลามรับมาด้วยความดีใจ เขาชอบเวลาที่ปุยเมฆของสายไหมละลายอยู่ในปากที่สุด

 

“ไปลอยกระทงกันเถอะ” เนมว่าพลางจูงมือฉลามไว้ข้างหนึ่ง

 

เวลาหลังเที่ยงคืนริมน้ำที่ไม่มีผู้คน เนมจูงมือเบบี้ชาร์คโดยไม่ต้องคอยหลบสายตาใคร เขาและฉลามนั่งลงริมฝั่งถือกระทงใบเล็กไว้ด้วยกันและอธิษฐาน

 

‘ขอให้ได้อยู่กับพี่เนมตลอดไป’

 

‘ขอให้เด็กคนนี้มีจงความสุขตลอดไป’

 

ทั้งคู่อธิษฐานในใจ ก่อนค่อยๆ วางกระทงลงในน้ำที่ขึ้นสูงถึงริมตลิ่ง ท่ามกลางพระจันทร์เต็มดวงที่ส่องแสงสว่างไสวไปรอบบริเวณ

 

“กินสายไหมมั้ย?”

 

“ครับ”

 

เนมถามขึ้นพร้อมแกะถุงปุยเมฆสีหวานออก มือเรียวหยิบขึ้นมาหนึ่งปุยและคาบไว้ด้วยริมฝีปากเพื่อป้อนให้อีกคน

 

ฉลามละเลียดชิมสายไหมอ่อนนุ่มจนละลายติดกลีบปากที่ตอนนี้เคลือบไปด้วยน้ำตาลแสนหวาน กลิ่นของความรักหอมกรุ่นจนแทบสำลัก ปลายลิ้นของทั้งคู่พัวพันอย่างดูดดื่มเพื่อแบ่งปันความวาบหวามให้แก่กัน

 

“อร่อยมั้ย?”

 

“ครับ” สีหน้าเคลิบเคลิ้มไปกับความหอมหวานที่คนพี่ป้อนให้

 

 

 

“ฉลาม!” เนมเรียกเสียงดังขึ้นเมื่อเห็นอีกคนยืนเหม่อไปทางริมน้ำที่ผู้คนกำลังก้มลงลอยกระทงกันอยู่ “อยากลอยกระทงเหรอ?” 

 

“เปล่า” พูดพลางหันไปมองทางอื่น

 

ฉลามนึกถึงครั้งหนึ่งที่ได้ลอยกระทงกับเนม แม้ไม่ได้เดินเที่ยว แม้ไม่ได้ชมพลุ แต่ก็มีความสุข

 

“แต่พี่อยากลอย ฉลามลอยเป็นเพื่อนพี่นะครับ” เนมว่าพร้อมคว้ามือฉลามมากุมไว้

 

ฉลามมองมือของตนและมองหน้าเนม อีกฝ่ายไม่เคยจับมือเขาต่อหน้าคนมากมายสักครั้ง แต่นี่..? เนมฉวยโอกาสช่วงที่ฉลามกำลังงงพาเขาไปซื้อกระทงที่ยังตั้งขายอยู่ เขาจับมือขาวไว้แน่น

 

“มาสองคนซื้อแค่อันเดียวหรือคะ?” แม่ค้าขายกระทงถามขึ้น ดวงตาจับจ้องมือที่จูงกันอยู่ ฉลามพยายามชักออกแต่เนมไม่ยอมและกระชับแน่นขึ้น

 

“อันเดียวพอครับ” สายตาของเนมทำแม่ค้าไม่กล้าถามต่อ ผู้ชายอะไรหน้าตาก็ดีแต่ดุชะมัด

 

เนมพาฉลามมายังริมน้ำด้วยกัน ทั้งที่ไม่อยากทำตามคำสั่งของอีกคนแต่ฉลามก็ห้ามตัวเองไม่ได้ ร่างโปร่งนั่งลงริมน้ำคู่กับเนม

 

“อธิษฐานพร้อมกันนะ”

 

ทั้งคู่ยกกระทงสูงขึ้นและอธิษฐาน ดวงตาเรียวลอบมองเสี้ยวใบหน้าคนอายุมากกว่าผ่านเปลวเทียนเบื้องหน้า สามปีผ่านมาแล้ว ควรจะตัดใจได้สักทีสิ..ไม่ทันได้อธิษฐานเนมก็ลดกระทงลงและวางมันลงในน้ำโดยมีฉลามพยุงอีกด้านเอาไว้ ดวงตาคู่คมมองส่งกระทงที่ลอยอย่างมั่นคงออกไปไกลแล้วจึงชวนฉลามไปเดินเที่ยวงานต่อ เขาตั้งใจอยู่ดูพลุก่อนจึงค่อยกลับที่พัก

 

“มาทางนี้สิ” เนมพาฉลามมายังร้านขายสายไหมฟูฟ่อง “ขอทุกสีรวมกันครับ”

 

ไม่นานสายไหมที่ปั่นอยู่ก็พันเข้าไม้ยาวจนฟูฟ่องมีสีสันสวยงาม เนมรับมาและส่งต่อให้กับฉลาม เขารู้ว่าฉลามชอบและยังจำรสชาติของสายไหมที่เคยกินด้วยกันได้เป็นอย่างดี

 

“นี่ครับ”

 

“ของแบบนี้ผมเลิกกินไปนานแล้ว”

 

ฉลามว่าพลางสะบัดหน้าเดินหนีไปทางหนังกลางแปลงที่กำลังฉายอยู่โดยมีเนมเดินถือสายไหมตามหลังมาติดๆ ร่างสูงหยุดดูภาพยนตร์ที่กำลังฉายบนผืนผ้าใบสีขาวขนาดใหญ่ด้วยความสนใจ

 

“สนใจเก้าอี้มั้ยคุณ ยี่สิบบาทเอง เหลือตัวสุดท้ายแล้วนะ” ชายวัยรุ่นถือเก้าอี้พลาสติกเข้ามาถามทั้งคู่ ผู้คนที่มาดูหนังกลางแปลงไม่มีใครนั่งพื้นสักคน

 

“เอาครับ” เนมตอบตกลงลงและส่งเงินให้ชายวัยรุ่นไป

 

“ถ้าดูจบแล้วก็ทิ้งเก้าอี้ไว้ตรงนี้แหละ เดี๋ยวผมมาเก็บเอง” เขาบอกกับเนมก่อนวิ่งไปรวมกลุ่มกับเพื่อนๆ หลังจากได้เงินแล้ว

 

ฉลามมองร่างสูงทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ เชอะ! เห็นแก่ตัวชะมัด คิดในใจว่าเนมจะเช่าเก้าอี้ให้เขาเสียอีก เท่าทันความคิดก็ถูกฉุดตัวให้นั่งลงบนตักอย่างไม่ทันตั้งตัว แขนเรียวโอบรัดเอวไว้แน่น ฉลามโวยวายขึ้นทันที

 

“คุณทำบ้าอะไรน่ะ ปล่อยนะ!”

 

“ชู่~ อย่าเสียงดังสิมันรบกวนคนอื่นเขา เอ้านี่..” เนมเตือนและยื่นสายไหมในมือให้ฉลามถือไว้

 

ฉลามมองผู้คนที่เหลียวมาทางเขากับเนมจึงเงียบเสียงลง มือขาวรับสายไหมมาถือไว้และใช้ริมฝีปากละเลียดชิมไปเรื่อยๆ เขานั่งซ้อนบนตักของคนพี่นิ่งๆ ภาพยนตร์ก็อยากดูแต่คนข้างหลังกลับดึงดูดความสนใจเขาไปเสียหมด เนมแนบใบหน้าทาบลงบนแผ่นหลังของฉลาม

 

“พี่คิดถึงเธอ..” เนมพึมพำเบาๆ

 

“เรากลับกันเถอะ!” ร่างโปร่งลุกขึ้นยืนและรีบเดินหนีด้วยใบหน้าร้อนผ่าว บอกตัวเองในใจว่าอย่าหวั่นไหวเพราะอีกฝ่ายแต่งงานมีลูกมีเมียไปแล้ว

 

เนมรีบลุกเดินตามไป ฉลามกึ่งเดินกึ่งวิ่งกลับไปยังที่จอดรถด้วยความรีบร้อน ในมือถือสายไหมที่ยังกินไม่หมดไว้ด้วย เมื่อเห็นเนมเดินตามมาใกล้ถึงก็รีบวิ่งข้ามถนนไปอีกฝั่งโดยไม่ทันได้มองรถมอเตอร์ไซค์ที่ขับขึ้นมาด้วยความเร็ว

 

ปี๊นนนนนนนนนน!

 

“ระวัง!”

 

มือเรียวคว้าตัวฉลามไว้ได้ทันและดึงออกจนพ้นระยะของรถที่ขับมาได้อย่างเฉียดฉิวแต่ตัวเองกลับล้มลงบนพื้นแทน

 

“ข้ามถนนหัดดูทางบ้างสิวะ!” อีกฝ่ายตะโกนว่าสวนกลับมา ฉลามผิดเพราะข้ามถนนโดยไม่ได้มองรถให้ดีๆ และตรงนั้นก็ไม่ใช่ทางม้าลายด้วย

 

“เขตชุมชนเขาห้ามใช้ความเร็วนะโว้ย!” เขาว่าตามหลังรถที่พ้นระยะไปแล้ว ทำให้อีกฝ่ายไม่ได้ยิน ไม่งั้นเขาโดนกระทืบแน่

 

“โอ๊ย!” เนมใช้มือยันพื้นเพื่อพยุงตัวขึ้น เขารู้สึกเจ็บแปลบที่ข้อมือขึ้นมา พอฉลามได้ยินเสียงร้องจึงรีบเข้าไปช่วยประคองร่างสูงให้ลุกขึ้น

 

“พี่เนมเป็นยังไงบ้าง?” ประโยคคำถามของเขาทำเอาคนพี่ยิ้มกว้างเป็นครั้งแรก “พี่ยิ้มอะไร?” หรือเขาจะล้มหัวกระแทกพื้นจนปัญญาอ่อนไปแล้วนะ

 

“เธอเรียกพี่ว่าพี่” นั่นเป็นสัญญาณที่ดีสำหรับเนม

 

“คะ..คุณหูฝาดไปแล้วล่ะ” ฉลามรีบปฏิเสธ เขาลืมตัวไปจริงๆ แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังเป็นห่วงเนมอยู่ดีนั่นแหละ “มือคุณเป็นยังไงบ้าง?” เขาจับมือของคนพี่ขึ้นมาดู ข้อมือของเนมมีรอยช้ำเป็นจ้ำอยู่นิดหน่อย

 

“พี่ไม่เป็นอะไรมาก โอ๊ย!”

 

“ผมว่าคุณไปให้หมอตรวจหน่อยเถอะ มา! ผมขับรถให้เอง” พอได้ยินเสียงร้องฉลามก็ใจไม่ดี เขารีบกลับไปที่รถและเป็นคนขับพาเนมไปโรงพยาบาลที่อยู่ใกล้ที่สุด

 

 

 

 

คอมเมนต์

Chapter List